วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยื่นหลักฐานเด็ด แจ้งข้อหาอั่งยี่ซ่องโจร ค้านปล่อย18โจ๋คดีโหด

"สงกานต์" ยื่นหลักฐานเด็ด แจ้งข้อหาอั่งยี่ซ่องโจร ค้านปล่อย18โจ๋คดีโหดรุมฆ่าน้องปอนด์

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา11.00 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในฐานะทนายความคดีฆ่า นายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน หรือ ปอนด์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เดินทางมาพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล รองผบ.ตร. เพื่อยื่นหลักฐานเบาะแสที่ผู้ปกครองของ1ในผู้ต้องหาโทรสั่งการให้ผู้ต้องหา ทั้ง 18 คนให้การปฏิเสธ

นายสงกานต์ กล่าวว่า สามีของ1ในผู้ต้องหาหญิงได้ติดต่อผ่านทางเฟสบุ๊คของตนว่า ผู้ต้องหาหญิงพร้อมที่จะเป็นพยานให้การข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ถูกผู้ปกครอง 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาสั่งการห้ามให้การใดๆ ในชั้นสอบสวน โดยสามีผู้ต้องหาหญิงได้มีการสรุปเหตุการณ์โดยละเอียดว่าใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ ซึ่งผู้ต้องหาหญิงได้เล่าให้สามีฟังเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ก่อนถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดี จึงได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานการสนทนาทั้งหมดเมื่อนำมาส่งมอบให้พล.ต.อ.ศรีวราห์ เพื่อเป็นประโยชน์ในรูปคดี ซึ่งหลักฐานดังกล่าวสอดคล้องกับคลิปเสียงของผู้ต้องหาที่มีการสนทนากันที่เคยส่งมอบต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้มีกลุ่มผู้ต้องหามีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพียง 2 คนเท่านั้น

“แม่น้องปอนด์ ได้ทำเอกสารคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหา เนื่องจากน้องปอนด์และกลุ่มเพื่อนถูกข่มขู่มาตลอดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และเมื่อวันอังคาร(7มี.ค.)ที่ผ่านมา มีรถแปลกหน้ามาที่หน้าหอพักที่น้องปอนด์และเพื่อนพักอาศัย จึงเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรหัวหิน จ.เพชรบุรี เพื่อนำเอกสารบันทึกประจำวันมายื่นต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอความคุ้มครองพยาน ทั้งนี้แม่น้องปอนด์ คลายความกังวลใจลงมาก หลังผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวชวิทยาออกมาสอดคล้องกับผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลราชบุรี จึงจะฌาปนกิจศพของน้องปอนด์ทันทีที่มีการบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน” ทนายสงกรานต์ กล่าว

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายตรงไปตรงมา แม้ว่าผู้ปกครองของผู้ต้องหาเป็นตำรวจ ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฐานเป็นอั่งยี่ ซ่องโจร เพิ่มกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด โดยตนเองจะตรวจสำนวนคดีเร่งรัดความคืบหน้าทุก 7 วัน เชื่อใช้เวลาไม่นานจะสามารถคลี่คลายคดีได้ พร้อมกันนี้ได้ฝากเตือนไปยังผู้ปกครองและกลุ่มผู้ต้องหา อย่าพยายามวิ่งเต้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ยังไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา จะมีการออกหมายเรียก หากไม่มาพบจะดำเนินการออกหมายจับ ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ตนจะเดินทางไปตรวจสำนวนคดีที่กองบังคับการปราบปรามด้วยตนเอง