เลขาฯ แพทย์ฉุกเฉินคนใหม่สงสาร "ธัมมชโย" ห่วงไม่รู้ได้รักษาเหมาะสมหรือไม่ รับเป็น 1 ในทีมแพทย์ดูแลเมื่อ 1 ปีก่อน
ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วเขาเป็นหนึ่งในทีมแพทย์ที่ได้เข้าไปดูแลอาการป่วยของ พระไชยบูลย์ สุทธิผล หรืออดีตพระเทพญาณมหามุนี แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปดูแลอีกเลย หลังจากที่ให้คำแนะนำเบื้องต้นในการดูแลรักษาซึ่งการดูแลรักษาตอนนี้น่าจะเป็นทีมแพทย์ที่อยู่ในวัด เขาเป็นเพียงคนภายนอก ส่วนจะมีแพทย์ดูแลหรือไม่นั้น ไม่ทราบ และไม่ทราบว่าท่านอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ให้การดูแลประมาณเกือบ 1 ปี ในสายตาของเขาและคณะแพทย์เห็นว่าอาพาธจริง แต่จนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้วประมาณ 1 ปี ไม่ทราบว่าอาการเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อปีที่แล้วทีมแพทย์แถลงอาการอาพาธแล้วพบว่ามีปัญหาที่ขา ล่าสุดตอนนี้ไม่มีเครื่องไฮเปอร์ บาริก ที่จะดันออกซิเจนแล้วจะกระทบต่ออาการอาพาธหรือไม่ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าสงสารท่าน พอมีสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรุนแรง หรือความไม่เข้าใจกัน ตอนนี้ไม่ทราบว่าท่านได้รับการดูแลที่เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร เพราะใครก็ตามเข้าไปในวัดไม่ได้ ไม่รู้ว่าท่านอยู่ตรงไหน ซึ่งตามสิทธิของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะเป็นนักโทษในคุก หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่กักกันก็ควรได้รับการดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสม
ก่อนหน้านี้มีการเชื่อมโยงภาพการแถลงอาการอาพาธของพระไชยบูลย์ กับการเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ สพฉ. ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร เพราะสิ่งที่ทำนั้นทำแบบมืออาชีพ เป็นแพทย์ตรวจคนไข้มาทุกชาติ ศาสนา ตอนอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพมีการดูแลคนไข้อาหรับ ไปส่งต่างประเทศ ออกใบรับรองแพทย์ทุกวัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์
วันนี้มาทำหน้าที่เป็นผู้บริหารซึ่งเป็นคนละส่วนกัน ส่วนใครจะเอามาเชื่อมโยงย่างไรนั้นตนไม่ก้าวล่วง และไม่ฟ้องร้องเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของความไม่เข้าใจมากกว่า ไม่ใช่เจตนาร้ายทั้งนี้ ทุกคนมีสิทธิที่จะคิดได้ แต่ขอให้ดู 1 งานที่ทำมาในอดีต และ 2 ความที่ตั้งในจะทำในอนาคต ต้องเรียนว่าก่อนหน้านี้ทำงานได้ค่าตอบแทนที่มากและมาทำตรงนี้ได้ค่าตอบแทนที่น้อยลงไปกว่าเดิมมากถึง 6 หลัก แต่ก็มา เพราะตั้งใจอยากจะพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
“ในมุมมองของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินที่ผ่านมาได้เข้าไปร่วมปฏิบัติการในการช่วยเหลือผู้ป่วยในหลายเหตุการณ์อยู่แล้ว เช่น การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง ความขัดแย้งหรือความรุนแรงจากเหตุใดๆ ก็ตาม สพฉ.จะเป็นกลางในการดุแลทุกฝ่ายที่มีการเจ็บป่วย ไม่ก้าวก่ายการทำงานของหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะภาครัฐ แต่สพฉ.จะทำหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนให้ผู้เจ็บป่วยได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที พื้นที่วัดพระธรรมกายนั้นเป็นอำนาจของทางจังหวัดที่จะสั่งการ ส่วน สพฉ.ก็ทำหน้าที่สนับสนุน”ร.อ.นพ.อัจฉริยะกล่าว





