วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หมอหลวง' ย้ำม.44ปลดล็อกสิทธิบัตร ไม่ยุ่งเรื่องยา

“หมอปิยะสกล” ย้ำม.44ปลดล็อคสิทธิบัตร ไม่ร่วมเรื่องยา คุยชัดเจนต้องยกเว้น

จากกรณีที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่า คสช.จะออกคำสั่งตามมาตรา 44 กำหนดให้ผู้ที่ขอสิทธิบัตรตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปแล้วมีการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ ประเทศไทยจะไม่ทำการตรวจ แต่จะตรวจสินค้าที่ขอว่าตรงกับที่จดสิทธิบัตรหรือไม่ เพราะถือว่าได้รับการรับรองผ่านแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวว่า ในเรื่องของการปลดล็อกสิทธิบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะช่วยให้ผู้ขอจดสิทธิบัตรที่ค้างขออยู่ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ยกเว้นเรื่องยา ซึ่งชัดเจนว่า ไม่ได้มีการให้สิทธิบัตรยาตามที่กังวลแต่อย่างใด ที่สำคัญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ได้กำชับเรื่องการดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบจากราคายา ในเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จะหารือร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อหามาตรการในการดำเนินการและจะกำชับ อย.ให้ดำเนินการโดยเร็ว

“มีการพูดคุยในวงประชุมคสช.อย่างชัดเจนว่ามาตรา 44 ในเรื่องสิทธิบัตร ให้ยกเว้นเรื่องยาที่มีค้างเรื่องสิทธิบัตรอยู่มากกว่า 5 พันรายการ แต่ผมได้สั่งการให้อย. เข้าไปร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญหา เพื่อดูในเรื่องนี้ด้วย”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ถึงแม้การขอยื่นจดสิทธิบัตรยาจะเป็นอำนาจของกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในการอนุมัติเพื่อไม่ให้ผู้ใดลอกเลียนแบบได้ แต่การอนุมัติไม่ได้หมายความว่า ยาจะสามารถใช้ในประเทศได้ทันที เพราะต้องมาขอยื่นกับ อย. ก่อน เพื่อให้ทะเบียนตำหรับยา ผ่านการอนุญาตจึงสามารถจำหน่ายได้ ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าการจดสิทธิบัตรจะทำให้ราคายาแพงขึ้นหรือไม่ แม้ที่ผ่านมาการตั้งราคายาเป็นอำนาจของบริษัท แต่ถ้าหากตั้งราคาแพง คงไม่สามารถขายได้ หรือขายได้เฉพาะกลุ่มเล็กๆที่มีกำลังซื้อ ที่ผ่านมาเมื่อมียาใหม่เข้ามาในระบบมักมีผู้เรียกร้องให้นำเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่เช่นนั้นผู้ผลิตยา ก็จะขายได้เฉพาะกลุ่มเล็กๆ และเมื่อเป็นเช่นนั้นจากที่กระทรวงสาธารณสุขมีกลไกที่เข็มแข็ง ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่ต่อรองราคายากับบริษัทผู้ผลิต ก็จะทำให้ต่อรองราคายาอยู่ในระดับที่เหมาะสม และที่ผ่านมาบริษัทก็ยอมลดราคาอยู่ตลอด เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เชื่อว่าจะทำให้ราคายาลดลงเอง

นพ.วันชัย กล่าวด้วยว่า หากถามว่าการจดสิทธิบัตรจะทำให้ราคายาแพงขึ้นจริงหรือไม่ ยืนยันว่าไม่จริง เพราะสธ.มีกลไกต่อรองราคา ให้อยู่ในระดับเหมาะสมกับงบประมาณของประเทศ ถึงจะนำมาใช้ในระบบ ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าการอนุมัติสิทธิบัตรยา ครั้งนี้ ไม่มีผลผูกพันให้สามารถอนุมัติให้ยาตัวได้ทันทีเพราะไทยมีกฎหมายควบคุมอยู่ จึงไม่ต้องกังวลว่ายาใหม่ที่เข้ามา จะทำให้ราคายาแพงขึ้นทันที เพราะเรื่องนี้มีระบบกลไกดูแลอยู่

“ส่วนหลายฝ่ายกังวลว่าการจดสิทธิบัตรใหม่จะทำให้ผู้ผลิตยา แอบนำยาเดิมไปจนสิทธิบัตรใหม่เพื่อให้สามารถจำหน่ายในราคาที่สูงขึ้นได้แม้ใช้สูตรเดิม เรื่องนี้คงอยู่นอกอำนาจกระทรวงสาธารณสุข เพราะเป็นเรื่องของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการตรวจสอบ แต่ถึงอย่างไรสาธารณสุขก็มีคณะกรรมการยาดูแลเรื่องประสิทธิผลของยาและความปลอดภัยอยู่ ซึ่งการจดสิทธิบัตรยาใหม่ จะไม่เป็นเป็นการปิดกันผู้ผลิตในไทย เพราะจะทำให้ผู้ผลิตในประเทศเร่งวิจัยพัฒนานวัตกรรมยาใหม่ออกมา”นพ.วันชัยกล่าว