สงขลา พบสุดยอดหนุ่มพิการสู้ชีวิต ชาวอ.สะบ้าย้อย ร่างกายไร้แขนขา เหมือนกับ นาย nick vujicic ชายพิการชาวออสเตรเลีย
นักสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปรกติทั้งทำงานและเรียนหนังสือ และเป็นจิตอาสาตัวยง
ที่อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา มีหนุ่มพิการคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และสามารถใช้ชีวิตเหมือนกับคนปรกติ ซึ่งสภาพร่างกายที่พิการคล้ายๆกับ นาย nick vujicic ชายพิการชาวออสเตรเลียนักสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก ที่ร่างกายครึ่งท่อนไม่มีมือไม่มีเท้า
หนุ่มพิการคนนี้คือ นายอับดุลเลาะ มะลี อายุ 26 ปี หรือแบเลาะ อาศัยอยู่กับครอบครัวที่บ้านเลขที่ 40/4 หมู่2ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา สภาพร่างกายพิการมาตั้งแต่กำเนิด ท่อนล่างเหลือแค่สะโพกไม่มีขา ส่วนแขนทั้งสองข้างกุดเหลือประมาณข้อศอก โดยแขนซ้ายมีติ่งนิ้วโป้งเพียงนิ้วเดียว แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตประจำวันแต่อย่างใด สามารถประกอบอาชีพและเรียนหนังสือ เหมือนกับผู้คนทั่วไป จนได้รับฉายา“แบเลาะ นิ้วเดียวสร้างฝัน” และ ”แบเลาะ นักเลงนิ้วเดียว” รวมทั้งยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานชมรมคนพิการเทศบาลท่าพญาอีกด้วย
โดยปัจจุบัน แบเลาะ สามารถขับรถจักรยานยนต์สามล้อที่ดัดแปลงขึ้นเป็นพิเศษ เดินทางไปขายของตามตลาดนัดและงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งใช้ความสามารถพิเศษในการเพ้นท์สีแก้วได้อย่างสวยงาม จนกลายเป็นอาชีพหลักสร้างได้นับหมื่นบาทต่อเดือน รวมทั้งขับรถเดินทางไปเรียนหนังสือ ซึ่งขณะนี้จบชั้นม.6 ของกศน.อำเภอสะบ้าย้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการเรียนเตรียมอาชีวศึกษา หรือ PRE-VED สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งอยู่ในสังกัดวิทยาลัยการอาชีพนาทวี และสามารถใช้คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือได้อย่างคล่องแคล่วแม้จะมีเพียงนิ้วเดียว
นอกจากนี้จากนี้แบเลาะ ยังเป็นนักกิจกรรมและจิตอาสาตัวยง เป็นทั้งวิทยากรในการบรรยายการเพนท์สีแก้วของกศน.อำเภอสะบ้าย้อย เดินทางไปร่วมงานต่างๆ ได้ทั่วประเทศ และยังช่วยเหลืองานสาธารณะประโยชน์ทั่วไป ทั้งเช็ดล้างกวาดถูกได้ทุกอย่าง จนกลายเป็นที่รักของผู้คนทั้งอำเภอสะบ้าย้อย และมีการตั้งกลุ่มแบเลาะ FC เพื่อเป็นกำลังใจให้กับแบเลาะอีกด้วย
นายอับดุลเลาะ หรือแบเลาะ บอกว่า ได้รับแรงบันดาลใจในการสู้ชีวิตมาจาก การได้มีโอกาสไปเข้าค่ายคนพิการที่กรุงเทพฯ เมื่ออายุได้ 9 ขวบ ซึ่งต้องเดินทางไปคนเดียว และใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มคนพิการ และได้เห็นคนอื่นๆโดยเฉพาะครูคนหนึ่ง ที่พิการมากกว่าตนแต่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปรกติ จึงกลายเป็นแรงผลักดันจากที่ต้องให้คนอื่นช่วย ตลอดจนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ต้องเป็นภาระของครอบครัว และมีชีวิตที่ดีขึ้นในปัจจุบัน และเหนือสิ่งอื่นใดคือในช่วงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่าง ในการช่วยเหลือพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทุกเชื้อชาติทุกศาสนา และเป็นแบบอย่างให้ตนช่วยเหลือสังคม ซึ่งคดีประจำใจของตนคือ “ความฝันสร้างได้ถ้าหัวใจไม่ยอมแพ้” และตั้งเป้าหมายที่จะเรียนให้สูงที่สุดอย่างน้อยก็ให้จบปริญญาตรีสาขาคอมพิวเตอร์
แบเลาะยังได้บอกถึงคนที่กำลังท้อหรือมีอุปสรรคในชีวิตว่า แม้จะมีคนให้กำลังใจเราแต่ก็ไม่เท่ากับกำลังใจของตัวเอง ถึงแม้จะได้รับกำลังใจจากคนทั่วโลก แต่ถ้าเราไม่มีกำลังใจที่จะสู้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ด้าน นายสาและ มะลี อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นพ่อบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อลูกชายว่า รักและภูมิใจในตัวลูกชายมาก แม้ร่างกายจะพิการแต่ก็สามารถทำงานช่วยเหลือครอบครัวโดยที่ไม่เป็นภาระ โดยทุกๆวันจะออกไปซื้อข้าวซื้อน้ำให้กิน แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องการขับรถออกไปทำงานและไปเรียนหนังสือ
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวชีวิตของ นายอับดุลเลาะ หรือแบเลาะ สามารถติดตามได้ทางเฟสบุ๊คชื่อ อับดุลเลาะ มะลี หรือติดต่อโดยตรงได้ที่โทรศัพท์มือถือหมายเลข 084-5262295





