หมอกควันแม่ฮ่องสอน ยังไม่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจ ระบุนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถยนต์
นายสบธนา อั๋นประเสริฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งผลกระทบด้านการบินบ้างแต่ได้มีแนวทางการแก้ไขแล้ว ด้วยการเลื่อนเวลาการขึ้นลงให้ไปอยู่ในช่วงบ่าย เนื่องจากสภาพอากาศเปิดระยะการมองเห็นทำได้ดีกว่า ทำให้ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเข้ามาในพื้นที่มีความสะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่สายการบินของบางกอกแอร์เวย์ ที่ได้ทำการบินมาประมาณ 1 ปี หากยังตัดสินใจบินต่อ จะทำให้ตลาดการท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นได้
เนื่องจากระยะเวลาในการทำการตลาดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาอาจจะยังไม่ครอบคลุมไปถึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ต้องใช้เวลาในการทำการประชาสัมพันธ์อีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสายการบินด้วยว่าจะทำการบินต่อหรือไม่
อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งเป็นกลุ่มหลักของแม่ฮ่องสอนต่างชะลอการเดินทางอยู่แล้ว เนื่องจากอากาศที่เริ่มร้อนขึ้นและสภาพอากาศไม่ค่อยเหมาะกับการท่องเที่ยว แต่จะเริ่มกลับเข้ามาท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนเมษายน เนื่องจากแม่ฮ่องสอนมีงานประเพณีปอยส่างลอง ที่นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจเดินทางมาชมประเพณีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่เมื่อปี 2559 มีประมาณ 1.2 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 7,300 ล้านบาท ในภาพรวมเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยร้อยละ 60 และ ร้อยละ 70 จะท่องเที่ยวอยู่ที่อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยคาดว่านักท่องเที่ยวในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ3 อย่างไรก็ตามการเดินทางเข้ามาในจังหวัดแม่ฮ่อสน มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงประมาณ 5,000 บาทต่อคน การตัดสินใจเดินทางจึงทำได้ช้าและต้องมีความพร้อมค่อนข้างสูง กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จึงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง
นายนิพนธ์ คำพา ประธานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นทุกปีในพื้นที่นั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบในเรื่องของเศรษฐกิจมากนัก โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนเองมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถยนต์ เนื่องจากเที่ยวบินที่ใช้เดินทางเข้ามาในพื้นที่นั้นมีเพียงไม่กี่เที่ยวบิน รองรับจำนวนผู้โดยได้ประมาณวันละ 300 คนเท่านั้น
ปัญหาเรื่องหมอกควันจึงไม่ใช่ปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวจะไม่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ ประกอบกับนักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าท่องเที่ยวที่ อ.ปาย เป็นหลัก ซึ่งไม่จำเป็นต้องอาศัยการเดินทางด้วยเครื่องบิน ส่วนใหญ่นิยมเดินทางด้วยรถยนต์มากกว่า หมอกควันจึงไม่ได้กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่มากกว่า เนื่องจากพื้นที่อ.เมืองแม่ฮ่องสอนอยู่ในหุบเขา ในช่วงเช้าอากาศเย็น ไม่มีลมพัด ทำให้การระบายอากาศในหุบเขาทำได้ไม่ดี หมอกควันจึงไม่สามารถลอยตัวสู่ชั้นบรรยากาศได้
ในเรื่องดังกล่าวจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจมีการประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและลดปัญหาให้เหลือน้อยที่สุด แต่จะให้หมดไปคงเป็นเรื่องยากจนถึงเป็นวิถีการดำเนินชีวิตที่ต้องประสบทุกปี ซึ่งในปีที่ผ่านมาจังหวัดมีความเข้มงวดกับปัญหาดังกล่าวค่อนข้างมากทำให้ลดปริมาณจุดฮอตสปอตที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าได้อย่างเห็นได้ชัดเจน ในปีนี้ทางจังหวัดเองก็ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ พื้นที่เดินหน้าแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างต่อเนื่อง
นางกิ่งจันทร์ ไข่แก้ว รักษาการแทน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หลังจากที่เมื่อ 2 วันก่อน สายการบินที่เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันไม่สามารถขึ้นบินได้ วันนี้จึงได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สายการบินไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันคือ สายการบินกานต์แอร์ ได้เปลี่ยนแบบอากาศยานจาก ATR ขนาด 66 ที่นั่ง เป็นแบบ Cessna ขนาด 12ที่นั่งโดยเพิ่มจำนวนเที่ยวบินให้เพียงพอกับผู้โดยสารที่สำรองที่นั่งไว้แล้ว เป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว
สำหรับสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ ได้ทำการปรับเปลี่ยนเวลาจากเดิมออกจาก แม่ฮ่องสอน เวลา 10.35 น.เป็นเวลา 15.00 น. เพื่อรองรับการให้บริการผู้โดยสารในสถานการณ์หมอกควัน เนื่องจากช่วงบ่าย ทัศนวิสัยในการมองเห็นของนักบินจะดีขึ้นกว่าช่วงเช้า นอกจากนั้น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้ปรับเวลากำหนดการบิน สำหรับเที่ยวบินในช่วงเช้า เพื่อรองรับการให้บริการผู้โดยสารในสถานการณ์หมอกควัน ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 6 มีนาคม 2560 เที่ยวบิน PG 237 เส้นทาง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เวลา 13:45 - 14:30 น. , PG 238 เส้นทาง แม่ฮ่องสอน





