อุทยานพีพี จ.กระบี่ ของบคืนจากกรมอุทยานกว่า 120 ล้าน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หลังจากจัดเก็บไปกว่า 500 ล้านในปีที่ผ่านมา
จากกรณีมีกลุ่มชาวเรือนำเที่ยวในตำบลอ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ได้มีการประท้วงอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เรียกร้องให้ลดค่าธรรมเนียมการจัดเก็บค่าเข้าไปท่องเที่ยวภายในเขตอุทยานตามเกาะต่างๆ ของชาวต่างชาติจากปกติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เหลือ 200 บาท และเด็ก 200 บาท เหลือ 100 บาท เนื่องจากประสบปัญหานักท่องเที่ยวลดลง หลังจากนายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานฯคนปัจจุบัน ได้ย้ายมารับตำแหน่ง และดำเนินการตามนโยบายอย่างจริงจังเป็นเวลากว่า 1 ปี 8 เดือน ส่งผลให้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานจากปีละไม่ถึงร้อยล้านบาท เพิ่มเป็นกว่า 500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และอีกกว่า 200 ล้านบาทในปี 2560 ทั้งที่อัตราดังกล่าวมีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2550
ขณะที่การเข้ามาของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวเข้าเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีจำนวน 335,470 คน ปี 2559 เพิ่มจำนวนเป็น 1,739,571 คน และในปี 2560 ยอดสิ้นสุดเดือน กพ. มีนักท่องเที่ยวแล้ว 682,839 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 2 หมื่นคน ซึ่งหลังมีเรื่องดังกล่าวก็มีการวิจารณ์กันอย่างมากว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการจัดเก็บรายได้ หรือนักท่องเที่ยวลดลง แต่เกิดจากจำนวนเรือที่มีเพิ่มมากขึ้น จากที่มาขออนุญาตเข้าอุทยานเมื่อปี 2558 อยู่ที่ 92 ลำ ปี 2559 ขออนุญาตอีก 1,531 ลำ และปี 2560 ขอเพิ่มอีก 248 ลำ รวมมีเรือนำเที่ยวที่เข้าเขตอุทยานฯกว่า 1,871 ลำ ซึ่งมีจำนวนมากเกินไป และมีการตัดราคาขายระหว่างเรือหางยาว กับเรือสปี๊ดโปทที่ราคาไม่แตกต่างกันมาก
ส่วนกรณีเงินรายได้จากการจัดเก็บนั้น ได้สอบถามทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี แจ้งว่า ภายหลังจากปี 2559 ได้จัดเก็บเงินรายได้เข้ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชไปกว่า 559 ล้านบาท ทางอุทยานฯ ได้เสนอของบประมาณเพื่อนำมาพัฒนาในเขตอุทยาน และได้รับการอนุมัติแล้ว 32 โครงการ รวม 128 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นการนำมาก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการ เช่นห้องน้ำ บ้านพักเจ้าหน้าที่ตามเกาะต่างๆ ทั้งเกาะปอดะ ทะเลแหวก เกาะไผ่ และอ่าวมาหยา จัดซื้อเรือประเภทต่างๆ ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการวางทุ่นทั้งจุดเล่นน้ำ ผูกเรือ ห้ามเข้า และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้บางโครงการเริ่มดำเนินการแล้ว และจะเสร็จสิ้นทั้ง 32 โครงการในปีงบประมาณ 2560 นอกจากนั้นทางอุทยานฯ ยังได้จัดทำโครงการต่างๆ เพิ่มเติมอีก
ขณะที่นายธีระศักดิ์ ขนานใต้ กำนัน ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ กล่าวว่า แม้ว่าหลังจาก 20 วัน ตามระยะเวลาที่กำหนดให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช พิจารณา
ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งคาดว่าจะไม่ได้รับการแก้ปัญหา ทางผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ก็จะ ใช้มาตรการอริยะขัดขืน โดยให้นักท่องงเที่ยวชาวต่างชาติ จ่ายค่าธรรมเนียม ค่าเข้าพื้นที่อุทยาน รายละ 200 บาท เพราะผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนมานาน จาก จำนวนนักท่องเที่ยว ที่จะต้องการไปท่องเที่ยวตาม แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ลดลง เนื่องจาก ค่าธรรมเนียม มีราคาสูง




