วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ปกครองเด็กไฟคลอก 17 ศพเดินหน้าฟ้องเอง

ผู้ปกครองเด็กหญิงไฟคลอก 17 ศพฟ้องเอง ทั้งคดีอาญา-แพ่ง มุ่งประเด็นความประมาท หลังอัยการสรุปสำนวนขั้วไฟหลอมเหมือนตำรวจ

ที่สำนักงานอัยการ จ.เชียงราย กลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งที่เป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านพักนักเรียนของโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย มูลนิธิพันธกิจสุขสันต์ (องค์กรสาธารณประโยชน์) เลขที่ 9 ม.11 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เหตุเกิดวันที่ 23 พ.ค.2559 จนทำให้มีเด็กนักเรียนอายุ 5-12 ปี เสียชีวิตจำนวน 17 ศพ บาดเจ็บ 5 ราย 

โดยผู้ปกครองได้เข้าพบนายเฉลิมเกียรติ ไชยวรรณ อัยการ จ.เชียงราย เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี หลังจากเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เข้าร้องทุกข์ต่ออัยการเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อสงสัยในสำนวนกรณีพนักงานสอบสวนและกองพิสูจน์หลักฐานสรุปสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ดังกล่าวว่ามาจากขั้วหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ยาวหลอมละลายตรงข้อต่อหลวม หรือ Loose contact แล้วหยดลงกองเสื้อผ้าตรงชั้นล่างของบ้านพัก จนเป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้

ทั้งนี้ ทางอัยการ จ.เชียงราย ได้สรุปผลคดีหลังจากได้สอบปากคำผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าซึ่งเป็นอาจารย์จากสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคนิคไฟฟ้าแห่งหนึ่งแล้วได้ข้อสรุปว่ากรณีหลอดไฟชนิดนี้มีการเปิดกระแสไฟฟ้าทิ้งไว้แล้วมีฝุ่นหรือเศษวัสดุไปเกาะตรงขั้วหลอดที่เป็นพลาสติกที่มีความร้อนสามารถทำให้เกิดการลุกไหม้และหลอมละลายได้ ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นน้อยมาก แต่เมื่อตรวจสอบจากหลักฐานและพยานอื่นๆ แล้วก็ไม่มีข้อมูลบ่งชี้ให้สรุปสำนวนไปในทิศทางอื่นได้ 

ทางอัยการจึงได้สรุปว่ากรณีนี้เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีผู้ใดทำให้เกิดขึ้นและไม่มีหลักฐานและพยานที่จะทำให้มีผู้ต้องหาตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 และ ม.156 จึงได้ส่งรายงานถึงอธิบดีอัยการภาค 5 และส่งสรุปสำนวนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อพิจารณาแล้วซึ่งหากมีความเห็นตรงตามสำนวนก็ถือว่ากระบวนการสิ้นสุดโดยไม่ต้องส่งต่อศาล

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามหากว่าผู้ร้องยังประสงค์จะดำเนินการต่อกฎหมายก็เปิดช่องให้ฟ้องร้องเองได้ แต่คงต้องไปปรึกษาฝ่ายกฎหมายให้ละเอียดรอบคอบ และหากประสงค์จะได้ข้อมูลจากสำนวนที่ผ่านมาก็สามารถขอทางอัยการได้ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร หากสามารถให้ส่วนใดได้ก็จะมอบให้แต่หากให้ไม่ได้ก็ต้องให้มีหมายเรียกจากศาลต่อไป

หลังจากที่ทราบผลการสรุปสำนวนแล้วทางผู้ปกครองบางส่วนยังคงติดใจสงสัยกรณีดังกล่าวจึงปรึกษากันเพื่อจะฟ้องร้องต่อผู้ที่สงสัยว่าจะกระทำความผิด ซึ่งทางอัยการแนะนำว่ากรณีนี้ต้องระบุได้ว่าจะฟ้องร้องใครในฐานะผู้ที่เราสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิด พฤติกรรมเป็นอย่างไร พยานและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอหรือไม่ ซึ่งต้องอาศัยฝ่ายกฎหมายและสามารถฟ้องได้ทั้งทางคดีอาญาและแพ่ง แต่กรณีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมานั้นไม่มีหลักฐานและพยานที่จะไปดำเนินคดีกับผู้ใดได้ และที่สำคัญช่วงเกิดเหตุไม่มีผู้ใดเห็นสาเหตุของการเกิดไฟไหม้เลย ทำให้กลุ่มผู้ปกครองกล่าวขอบคุณทางอัยการ จ.เชียงราย แต่ก็แจ้งว่าจะหาข้อมูลหลักฐานเพื่อฟ้องร้องเองต่อไป

ด้านนายสมชาติ พิพัฒน์ธนาดล หัวหน้าสำนักงานกฎหมายเพื่อพิทักษ์สิทธิ มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเดินทางไปพร้อมกับผู้ปกครองดังกล่าว กล่าวว่า ทางผู้ปกครองจำนวนหนึ่งได้ปรึกษาหารือกันแล้วตกลงกันว่าจะฟ้องร้องทั้งทางคดีอาญาและแพ่ง โดยเรามุ่งประเด็นไปที่เรื่องความประมาท การขาดความระมัดระวัง การจัดระบบรักษาความปลอดภัย การจัดบุคลากรดูแลเด็กให้เพียงพอ และกรณีบ้านพักที่เกิดมีข้อมูลว่าไม่มีบันไดทางหนีไฟ ซึ่งเราจะพยายามรวบรวมข้อมูลหลักฐานส่วนรายละเอียดว่าจะฟ้องใครและเนื้อหาเป็นอย่างไรนั้นจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการต่อไป