คนคุมรถทัวร์ชักปืนยิงเพื่อนร่วมอาชีพในหมอชิต พลาดถูกผู้โดยสารมอบตัวแล้ว พร้อมปืน2กระบอก
สน.บางซื่อ พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิทธิชัย ธัญญาบาล สว.สส.สน.บางซื่อ และชุดสืบสวน แถลงการควบคุมตัว นายชัยพร พัศดร หรือหลอ อายุ 45 ปี พนักงานดูแลช่องจำหน่ายตั๋วเลขที่ 89 พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนออโตเมติก ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด 99 มม. จำนวน 1กระบอก กระสุนขนาดเดียวกัน 11 นัด และอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 มม. จำนวน 1 กระบอก และกระจำนวน 4 นัด หลังเมื่อคืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายชัยพร ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ก่อเหตุยิง นายฉัตรชัย สมใจ หรือ โก๋ คู่กรณี พนักงานควบคุมการปล่อยรถ(บริษัท407 พัฒนา) แต่กระสุนพลาดไปถูกผู้โดยสารที่กำลังซื้อตั๋วที่สถานนีขนส่งหมอชิต บริเวณชั้น 3 ถนนกำแพงเพชร6 แขวงและเขตจตุจักร กทม. เป็นเหตุให้ น.ส.บัติญภร แสนอุบล อายุ 30 ถูกกระสุนเฉี่ยวบริเวณขมับ และ นางสมัย เกษมสานต์ อายุ 63 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นแผลถลอกบริเวณด้านหลังใต้ไหล่ขวา ซึ่งเวลาต่อมาผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย อาการปลอดภัยแล้ว
พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ เปิดเผยว่า นายพรชัย ผู้ต้องหาได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่าน เบื้องต้น ยังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปืนลั่นเท่านั้น อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่แนวทางการสืบสวนก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างพร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ,ยิงปืนในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และ กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแกกายหรือจิตใจ ซึ่งพรุ่งนี้(20 ก.พ.)พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ จะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผัดแรกต่อไป
ด้าน นายจักรพงษ์ จ่าเมือง หัวหน้างานบริหารการเดินรถสถานีจตุจักรหมอชิต กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว เบื้องต้นจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงกับทั้งสองคน ในส่วนของนายพรชัย ได้สั่งให้มีการปิดช่องจำหน่ายตั๋วเรียบร้อยแล้ว ส่วนการตรวจอาวุธจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราอยู่แล้ว แต่ในส่วนของนายพรชัยที่สามารถนำอาวุธปืนเข้ามาได้นั้น เพราะเป็นพนักงานและเข้ามาทางด้านหลังสถานี จึงเล็ดลอดมาได้ หลังจากนี้จะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจมากขึ้นพร้อมทั้งเพิ่มจำนวนชุดรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร
ขณะที่ นายพรชัย กล่าวว่า ตนกับคู่กรณีรู้จักกันมานานกว่า 10 ปี เพราะทำงานในสถานีขนส่งเหมือนกัน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้(18 ก.พ.)ไม่ได้มีการทะเลาะกัน แต่เป็นการคุยกันเกี่ยวกับเรื่องงาน ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยมีปัญหากันมาก่อน พร้อมทั้งยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงปืนลั่น โดยก่อนเกิดเหตุตนไปซ้อมยิงปืน แต่ลืมนำปืนลงจากรถ เพราะรีบมาทำงาน ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นหญิงสองคนตนได้เยียวยาเรียบร้อยแล้ว




