วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บุศนันทน์' คว่ำญี่ปุ่น แชมป์แบดปรินเซสฯ

บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มือวางอันดับ 1 ของรายการ เอาชนะ อายะ โอโฮริ จากญี่ปุ่น 2 เกมรวด

 ผงาดคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวศึกแบดมินตัน “ปรินเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส" ขณะที่หญิงคู่ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และ พุธิตา สุภจิรกุล ได้เพียงรองแชมป์

ศึกลูกขนไก่กรังด์ปรีซ์โกลด์ “ปรินเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2017” เงินรางวัลรวม 120,000 ดอลลาร์ (4.3 ล้านบาท) ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ วานนี้ (12 ก.พ.) เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทั้ง 5 ประเภท ประกอบด้วย ชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว, ชายคู่, หญิงคู่ และ คู่ผสม โดยจาก 5 ประเภทดังกล่าวมีนักกีฬาไทยลงชิงชัยถึง 4 ประเภทด้วยกัน

ประเภทหญิงเดี่ยว “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มือ 12 ของโลก และมือวาง 1 ของรายการ อายะ โอโฮริ มือ 20 ของโลกและมือวาง 4 ของรายการจากญี่ปุ่น โดยเกมแรกทั้ง 2 คนเปิดเกมสู้กันได้อย่างสูสี และผลัดกันเก็บแต้มอย่างสนุก จนมาถึงท้ายเกม บุศนันทน์ ก็ขึ้นนำได้สำเร็จ 18-15 และแม้ โอโฮริ จะตีเสมอ 18-18 แต่ บุศนันทน์ ก็ทำ 3 แต้มติดเอาชนะไป 21-18 นำ 1-0 เกม

เกมที่สอง โอโฮริ ออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมทำ 6 แต้มติด นำห่าง 6-0 แต่ บุศนันทน์ ไม่ยอมแพ้ มาทำ 8 แต้มติดช่วงกลางเกม แซงขึ้นนำ 14-11 จากนั้น โอโฮริ เริ่มกดดันและตีเสียเองบ่อยครั้ง ทำให้ บุศนันทน์ เก็บแต้มปิดเกมเอาชนะไปได้ในที่สุด 21-16 คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวไปครอง โดยใช้เวลาไป 57 นาที 

นอกจากนั้นจากการคว้าแชมปฺดังกล่าว ยังทำให้ บุศนันทน์ เป็นนักแบดมินตันหญิงของไทยรายที่ 2 ที่คว้าแชมป์รายการนี้มาครองต่อจาก “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ ขนไก่หญิิงมือ 1 ของไทย และการคว้าแชมป์รายการนี้ ยังเป็นการคว้าแชมป์ระดับกรังด์ปรีซ์ โกลด์รายการที่ 3 ของ “น้องครีม” หลังจากทำได้ในศึก “มาเลเซีย มาสเตอร์ส 2012” และ “อินโดนีเซีย มาสเตอร์ส” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

หลังการแข่งขัน “ครีม” กล่าวว่า “การตีในรอบชิงถือว่าเป็นไปตามแผนที่โค้ชวางไว้ คือเน้นทุกลูก และเน้นตีแบบละเอียด ซึ่งก็ทำได้น่าพอใจ ต้องขอบคุณกองเชียร์ที่เข้ามาเชียร์กันเต็มสนาม เพราะทำให้มีกำลังใจมากขึ้น มีกำลังใจที่จะเล่นทุกช็อต วิ่งไล่ทุกลูก หลังจากนี้จะนำทีมแบดมินตันไทยไปลุยศึกทีมผสมชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเวียดนาม ในเดือนมีนาคม ซึ่งจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด ส่วนเป้าหมายส่วนตัวนั้น ในปีนี้จะขยับอันดับไปติดท็อป 10 ของโลก และยืนระยะให้ได้”

ด้าน คุณหญิงปัทมา ลีสวัสด์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ กล่าวว่า “การเข้ามาคุมทีมของ เร็กซี ไมนากี โค้ชชาวอินโดนีเซีย ทำให้นักแบดมินตันไทยพัฒนาขึ้นมาก นอกจากการเสริมความแข็งแกร่งในเรื่องของร่างกายแล้ว โค้ชอินโดนีเซียรายนี้ยังปรับวิธีคิดให้นักแบดมินตันไทยด้วย ขณะเดียวกันต้องชื่นชมน้องครีมที่มีพัฒนาการให้เห็นอย่างต่อเนื่อง”

ส่วนประเภทหญิงคู่ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และ “เอิร์ธ”พุธิตา สุภจิรกุล คู่มือ 2 ของรายการจากไทย พบ เฉิน ชิงเฉิน และ เจี่ย อี่ฟาน คู่มือ 1 ของรายการจากจีน เกมแรก เป็นฝ่ายคู่สาวจีน ที่ทำได้ดีกว่า โดยเน้นการโยกซ้าย และขวา จนทำให้คู่สาวไทยทำงานหนัก จนเป็นฝ่ายพ่ายไปก่อน 16-21 มาถึงเกมสอง คู่มือ1 รายการ ยังใช้แท็คติกเดิม พร้อมเพิ่มลูกหน้าเนตมากขึ้น จนทำให้ พุธิตา มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าขวา ซึ่งถึงแม้ว่าคู่สาวไทย จะพยายามยื้ออย่างเต็มที่ แต่ก็ต้านไม่ไหว พ่ายไปอีก 16-21 พลาดโอกาสคว้าแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

ขณะที่ประเภทคู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย มือ 12 ของโลก และคู่มือวาง 2 ของรายการ พบ จ้าง หนาน และ อี้ หยินฮุย คู่มือ 49 ของโลกจากจีน ผลปรากฏว่า เกมแรก คู่จากจีนออกสตาร์ทด้วยผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ต้อนเอาชนะไป 11-21 แต่ในเกมที่ 2 คู่ผสมไทยกลับมาคืนฟอร์ม พร้อมพลิกเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิด 22-20 อย่างไรก็ตามในเกมตัดสิน คู่ผสมจากแดนมังกร จับทาง บาส และ ปอป้อ ได้ จนเอาชนะไปแบบไม่ยากเย็น 13-21 คว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์รวม 1-2 เกม 11-21,22-20 และ13-21