ตำรวจย้ำเซลล์แมนเสียชีวิตจากสภาวะตับไตล้มเหลวจากการใช้ยาเสพติด ปัดถูกอุ้ม พบประวัติถูกจับกุมข้อหาเสพยาเสพติด
พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7,พ.ต.อ.ธนวรรธน์ ตาระกา ผกก.สน.ตลิ่งชัน,พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ ผกก.สน.ธรรมศาลา,พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.บางกอกน้อย ชุดสืบสวนสอบสวน ร่วมกันประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นายรัติภูมิ หรือ “เบิร์ด” พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลล์แมนขายรถ ที่หายตัวออกไปจากบ้านจนกระทั่งพบอยู่เกาะกลางถนน ช่วงตอม่อที่147 กูภัยจึงนำส่งโรงพยาบาลศิริราช และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 30 นาที
พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ทางตำรวจได้มาชี้แจงหลังจากญาติของ นายรัติภูมิ พิมใจใส ซึ่งติดใจการเสียชีวิต คือ 1.บาดแผลที่พบเกิดจากการถูกทำร้ายหรือไม่ 2.ผลการชันสูตรจากแพทย์ที่ระบุว่า สภาวะตับไตล้มเหลวจากการใช้ยาเสพติด โดยประเด็นนี้ทางตำรวจได้ชี้แจงกับทางญาติผู้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนบาดแผลที่พบบนใบหน้าเกิดจากนายรัติภูมิคลุ้มคลั่งใช้หน้าถูกับพื้น จึงทำให้เกิดบาดแผล อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีหลาย สน.ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สน.ธรรมศาลา ซึ่งมีคดีที่รับผิดชอบ 2 คดี คือ คดีคนหายและลักทรัพย์ สน.ตลิ่งชัน มีส่วนรับผิดชอบเป็นการเข้าไปช่วยเหลือหลังหมดสติบนเกาะกลางถนนและร่วมกับกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลศิริราช และ สน.บางกอกน้อย ซึ่งรับผิดชอบคดีชันสูตรพลิกศ
ส่วนกระแสโซเชียลที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายรัติภูมิ ถูกอุ้มนั้นไม่เป็นความจริง ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพวงจรปิดปรากฏออกมาแล้ว ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึงนางสาวเฌอมาลย์ ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายรัติภูมิหรือไม่นั้น จากการสืบสวนในชั้นนี้ยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตเช่นกัน ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตพนักงานสอบสวนได้อิงตามผลชันสูตรพลิกศพจากทีมแพทย์โรงพยาบาลศิริราชคือเสียชีวิตจากสภาวะตับและไตล้มเหลว
สำหรับเงินสด จำนวนเงิน 7 หมื่นที่หายไปนั้น เจ้าหน้าที่จะติดตามส่วนที่เหลือ แต่คาดว่านายรัติภูมิ อาจจะนำเงินส่วนนั้นไปซื้อยาเสพติด
นอกจากนี้จากการสืบประวัติพบว่า นายรัติภูมิ เคยมีประวัติถูกจับกุมข้อหาเสพยาเสพติด เมื่อวันที่13 สิงหาคม 2547 ด้วย อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะเร่งส่งสรุปสำนวนคดีให้เร็วที่สุดและในวันจันทร์นี้ทางญาติของนายรัติภูมิ จะนำศพไปบำเพ็ญพิธีทางศาสนาต่อไป





