ยอดสั่งซื้อกุหลาบในช่วงเทศกาลแห่งความรัก ที่ จ.เชียงราย ซบเซา ขายได้เพียงแค่ 20-30%
นายพูลศักดิ์ คิดมุ่ง เจ้าของสวนกุหลาบพูลศักดิ์ เลขที่ 259 ม.13 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย กล่าวว่าเดิมสวนของตนเป็นแหล่งเพาะต้นกุหลาบเพื่อการค้าส่ง แต่ปัจจุบันต้องทำการปรับตัวครั้งใหญ่เพราะการหาซื้อสินค้าประเภทไม้ดอกไม้ประดับของตลาดทั้งในตลาด จ.เชียงราย และใกล้เคียง รวมถึงตลาดประเทศเพื่อนบ้านที่เคยสั่งซื้อ เช่น ส.ป.ป.ลาว และเมียนมาร์ ในปีนี้ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน โดยสังเกตุได้จากการที่สวนของตนเคยปลูกดอกกุหลาบเพื่อรองรับเทศกาลวาเลนไทน์ปีละประมาณ 20,000 ต้น เดิมสามารถขายได้ 70-80% ของกำลังผลิต แต่ปรากฎว่าปีนี้ขายได้เพียงแค่ 20-30% หรือยอดขายลดลงมากกว่าครึ่งทำให้ตนต้องปรับตัวด้วยการลดการปลูกลงเหลือไม่ถึง 5,000 ต้นแล้ว
จากสภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะสวนของตนแต่เมื่อสอบถามไปยังรายอื่นๆ ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน และหลายรายในต่างจังหวัดยังติดต่อขอส่งดอกไม้ไปให้ตนกระจายในพื้นที่เชียงรายอีกด้วยซึ่งตนก็จำเป็นต้องปฏิเสธไปเพราะมียอดสั่งซื้อเข้ามาน้อยเช่นกัน ทำให้ทางสวนต้องจำหน่ายดอกไม้ในราคาย่อมเยาว์เช่นเดิมโดยขายส่งดอกกุหลาบพันธุ์ต่างๆ เฉลี่ยต้นละ 30-35 บาท ส่วนราคาขายปลีกต้นละ 40 บาทโดยไม่สามารถขยับราคาขึ้นได้เลยเพราะตลาดมีความซบเซาอยู่แล้ว
“เมื่อก่อนช่วงใกล้เทศกาลวาเลนไทน์จะมีตลาดภายในประเทศสั่งซื้อเข้าทีหลายพันต้น แม้แต่ตลาดในประเทศเมียนมาและ สปป.ลาว ก็สั่งซื้อเข้ามาหลายร้อยต้น ทุกวันนี้ยอดลดลงกว่าครึ่งไม่นับรวมตลาดในประเทศที่มีสินค้าอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกุหลาบเป็นทางเลือกให้ผู้ซื้อได้อยู่แล้ว สำหรับดอกไม้จากประเทศจีนที่นำเข้ามาทางชายแดน จ.เชียงราย นั้นไม่มีผลกระทบต่อสวนกุหลาบในประเทศไทยเพราะเป็นคนละประเภทสินค้ากันโดยจะเป็นดอกไม้ตัดกิ่งที่เข้ามามากเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น ดังนั้นสาเหตุที่ตลาดดอกไม้ซบเซาก่อนช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ยังไม่ชัดเจนแต่เชื่อว่ามาจากสภาวะเศรษฐกิจที่คนเก็บเงินเอาไว้หรือมีทางเลือกอื่นมากกว่า” นายพูลศักดิ์ กล่าว





