วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พ่อเมืองภูเก็ตออกโรงโต้ ยันไม่มีขรก.รับส่วยโรงแรม

"พ่อเมืองภูเก็ต" เดือดจัด! ออกโรงโต้ไม่มีข้าราชการระดับสูงรับส่วยโรงแรมเถื่อนแน่ ลั่นหากมีเบาะแสให้แจ้งพร้อมดำเนินการขั้นเด็ดขาด

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีที่มีข้อความในคอลัมน์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ระบุว่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากกระซิบถึงนายเก่าว่า การปราบทุจริตที่รัฐบาลทำอยู่เป็นเรื่องดีมาก แต่ไม่ค่อยได้ผลเพราะยัง มีข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูงเรียกรับเงินจากโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตในเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เช่น จ.ภูเก็ตแห่งละหลายล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนเป็นจำนวนมากว่า ภายหลังจากที่ตนเห็นข้อความดังกล่าว ก็ได้มีการตรวจสอบข้อมูลและเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่ระดับนายอำเภอขึ้นมา เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว ต่างยืนยันว่า ไม่มีการเรียกรับเงินผลประโยชน์ใดๆ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่หากใครมีเบาะแสว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดเรียกรับผลประโยชน์ขอให้แจ้งมาได้ ซึ่งตนจะทำการตรวจสอบและดำเนินการอย่างเด็ดขาด

"ขอยืนยันว่า ไม่มีข้าราชการระดับสูงของจังหวัดภูเก็ตเรียกรับผลประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว เพราะทางจังหวัดภูเก็ต มีนโยบายในการที่จะนำสถานที่พักต่างๆ ที่ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547ตามความในกฎกระทรวง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559ให้เข้าระบบ โดยกำหนดให้มายื่นคำร้องกับทางอำเภอ ซึ่งหมดเขตไปเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีสถานที่พักเข้ามายื่นคำขอแล้ว 507 แห่ง จากจำนวนที่มีการตรวจสอบพบเบื้องต้น จำนวน 1,366 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจความถูกต้องของคณะทำงานระดับอำเภอ ก่อนที่จะเสนอมายังคณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณา ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าจะไปเรียกรับผลประโยชน์ทำไม"

นายโชคชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบตามกฎหมาย จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่า โรงแรมใดผิด จนกว่าจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โยเมื่อมีการยื่นขออนุญาตก็จะมีขั้นตอนและประเด็นในการตรวจสอบว่า สามารถอนุญาตให้เป็นโรงแรมได้เรือไม่ เช่น การแสดงเอกสารสิทธิ การจัดทำระบบรักษาความปลอดภัย พ.ร.บ.สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ผังเมือง เป็นต้น โดยกรณีที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้เลย คือ ตั้งอยู่ในที่สาธารณะ ซึ่งเมื่อคณะกรรมการไม่ออกใบอนุญาต หากผู้ยื่นมั่นใจว่าทำถูกต้องก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป หรือกรณีที่บางรายจะขอกลับไปให้บริการในลักษณะที่ขออนุญาตไว้เดิม เช่น หอพัก อพาร์ทเม้นท์ เป็นต้น ก็สามารถทำได้ แต่หากต้องการเปิดเป็นโรงแรมก็จะต้องดำเนินการให้ได้ตามที่กฎหมายกำหนด และการที่ทางจังหวัดพยายามนำที่พักซึ่งเปิดให้บริการเป็นโรงแรมอยู่แล้วแต่ยังไม่มีการขออนุญาตให้ถูกต้องมาดำเนินการให้ถูกต้องก็จะเกิดผลดีในแง่ของความมั่นคง รวมถึงในแง่ของการจัดเก็บรายได้ เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง