วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศรีราชาเอาจริง ผู้บุกรุกเขาหินพื้นที่สาธารณะ ต้องย้ายออก

อำเภอศรีราชาเอาจริง ผู้บุกรุกเขาหินพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ต้องย้ายออก ตามมาตรา 42(2) และมาตรา 43 (3)

 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์พล อัมพรเพ็ชร์ ปลัดอำเภอศรีราชา ได้ลงพื้นที่ชุมชนเขาหิน ม. 7 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา หลังได้รับแจ้งว่ามีการก่อสร้างอาคาร บุกรุกทางสาธารณประโยชน์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลนครแหลมฉบัง และ เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน สาขาศรีราชา ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง 

นายพิพัฒน์พล อัมพรเพ็ชร์ ปลัดอำเภอศรีราชา กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าว ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีราชา ได้รับเรื่องร้องทุกเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา จากนางสุธา เดชสกุล เจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว ว่ามีประชาชน มาตั้งบ้านเรือนในที่ดินของตน ซึ่งทางอำเภอศรีราชา ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ซึ่งหลังจากที่เจ้าของที่ดินร้องประมาณ 1 เดือน ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีราชา ลงพื้นที่มาติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการบุกรุกที่ดินจริง ทั้งในที่ดินส่วนที่มีเจ้าของและที่สาธารณะประโยชน์ ดูจากแผนผังที่ดิน พบว่า ที่ดินของนางสุธา เดชสกุล มีเนื้อที่ดินทั้งหมด 6 ไร่ 3 งาน โดยมีที่ดินสาธารณประโยชน์ล้อมรอบที่ดินอยู่ ในขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเจรจากับชาวบ้านที่บุกรุก ให้มีการย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าว จากนั้นมาอีก 1 เดือน ชาวบ้านที่บุกรุกที่ดินดังกล่าว ก็ได้เดินทางไปร้องทุกข์ ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีราชา ว่า ชาวบ้านเดือดร้อน ถ้าต้องออกจากพื้นที่บริเวณดังกล่าว ก็จะไม่มีที่อยู่อาศัย ทุกคนมีฐานะยากจน

หลังจากนั้นทั้งชาวบ้านและเจ้าของที่ดิน ก็ได้มีการฟ้องร้องกันจนขึ้นศาลจังหวัดพัทยา ศาลฯ มีคำพิพากษา ให้ชาวบ้านที่บุกรุกที่ดินของนางสุธา ชดใช้ค่าเสียหายที่บุกรุกปลูกบ้านเรือน บางรายต้องชดใช้เงิน 80,000 บาท ซึ่งชาวบ้านกลุ่มนี้ ไม่เงินชดใช้ให้กับนางสุธา แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าของที่ต้องให้เงินกับชาวบ้านที่บุกรุก เพื่อให้ชาวบ้านที่บุกรุกออกจากที่ดินของนางสุธาเอง โดยหลังจากนั้นชาวบ้านที่บุกรุก ได้มีการรื้อถอนบ้านเรือนออกจากพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกันยังคงพบว่ามีชาวบ้านที่ปลูกสิ่งก่อสร้างไว้ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ทั้งหมด 21 หลังคาเรือน ไม่ยินยอมออกจากพื้นที่สาธารณะจนกระทั่ง ในเวลาต่อมา นางสุธา เจ้าของที่ดิน ได้มีการสั่งทำรั่วล้อมรอบที่ดินของตน ส่งผลให้ชาวบ้านบางรายที่ปลูกสิ่งก่อสร้างอยู่บริเวณเชิงเขา ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ไม่มีทางออก 

และล่าสุด ทางอำเภอศรีราชา, เจ้าหน้าที่เทศบาลนครแหลมฉบัง และ เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน สาขาศรีราชา ได้ลงพื้นที่อีกครั้ง พยายามไกล่เกลี่ยกับชาวบ้าน ที่บุกรุกพื้นที่สาธารณะประโยชน์ขอให้ย้ายออก ถือกฎหมาย ตามมาตรา 42(2) และมาตรา 43 (3) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งเจ้าหน้าที่ข้าราชการ ต้องเข้าดำเนินโดยขั้นเด็ดขาด ในฐานะผู้มีอำนาจดำเนินการกับผู้บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย 

หลังจากมีการเจรจากันอยู่นานกว่า 4 ชั่วโมง จากหลักฐานต่าง ๆ ที่ชาวบ้านร้องผ่านสื่อและให้ข้อมูลไปนั้น ทางฝ่ายกฏหมายโดยการนำของนายพิพัฒน์พล อัมพรเพ็ชร์ ปลัดอำเภอศรีราชา จึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามกฏหมาย โดย เรียกทุกฝ่ายรับรู้ถึงเหตุการณ์และร่วมกันเป็นสักขีพยาน ทั้งหมดให้รับรู้ถึงขอเท็จจริง ในเรื่องดังกล่าว ทุกฝ่ายรับทราบจึงแยกย้ายกันกลับ