ชลประทานบุรีรัมย์ มั่นใจอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากและห้วยตลาด แหล่งน้ำดิบทั้ง 2 อ่างเพียงพอผลิตประปา หล่อเลี้ยงประชาชนในเขตตัวเมือง
และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญได้ตลอดหน้าแล้ง แต่ประกาศงดให้พื้นที่ในเขตชลประทานปลูกข้าวนาปรัง เพื่อสำรองน้ำไว้อุปโภคบริโภคหากฝนมาช้าหรือไม่ตกตามฤดูกาล
สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด แหล่งน้ำดิบขนาดใหญ่ที่ใช้ในการผลิตประปาบริการประชาชนในเขตตัวเมือง รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในเขต อ.เมือง และ อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ กว่า 20,000 ครัวเรือน โดยล่าสุดอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากอยู่ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ย 80 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความจุอ่างกว่า 26 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดมีน้ำกักเก็บอยู่ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 79 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง 27 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางโครงการชลประทานจังหวัด ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค ได้ทำการสูบผันน้ำจากลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ ระยะทาง 16 กิโลเมตร มาเติมสำรองเพื่อวางแผนรับมือภัยแล้งไว้แล้ว จึงมั่นใจว่าปริมาณน้ำที่เหลือกักเก็บในอ่างจะเพียงพอใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตประปาบริการประชาชน และเขตเศรษฐกิจสำคัญได้ตลอดฤดูแล้ง
อย่างไรก็ตามก็ได้ขอความร่วมมือประชาชน ได้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่เปิดน้ำทิ้ง เพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดภาวะฝนมาช้าหรือไม่ตกตรงตามฤดูกาล นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ ยังระบุอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ระดับน้ำในอ่างทั้ง 2 แห่ง
จะมีปริมาณน้ำกักเก็บมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ทางโครงการชลประทานก็ได้ประกาศงดปล่อยน้ำ ให้เกษตรกรในเขตชลประทานทำนาปรัง เนื่องจากต้องใช้น้ำมาก แต่ยังสามารถปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อยได้ เพื่อจะได้สำรองน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก เพราะในช่วงหน้าแล้งจะมีสถิติการใช้น้ำมากกว่าฤดูกาลอื่น




