วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ภาคประชาชนลุ่มน้ำโขง

นักวิจัยจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ภาคประชาชนลุ่มน้ำโขง โครงการศึกษาผลกระทบ จากโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน

ที่ห้องประชุมอาคารสโมสรบุคลากร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำ จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาผลกระทบและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน จากโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 โดยมีผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชนลุ่มน้ำโขง 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และผู้แทนหน่วยงานราชการ รวม 80 คน ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

นางสาวนวลละออ วงศ์พินิจวโรดม ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำโขง กรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำ ตระหนักถึงความกังวลของภาคประชาชน ตั้งแต่มีการเริ่มสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในแขวงไซยะบุรี ของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นเขื่อนแรกบนลำน้ำโขงสายประธาน กรมทรัพยากรน้ำ จึงสนับสนุนงบประมาณให้ทำการศึกษาผลกระทบและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนจากโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาผลกระทบ ด้านอุทกวิทยาและการดักตะกอน การเปลี่ยนแปลงขนาดพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำและแนวการกัดเซาะของตลิ่ง ด้านคุณภาพน้ำ ด้านชีวภาพและระบบนิเวศวิทยาในแม่น้ำโขง เศรษฐกิจ สังคม และการบริการของระบบนิเวศ กายภาพ ชีวภาพ การประมง สิ่งแวดล้อม

การศึกษาครั้งนี้ ได้คัดกรองพื้นที่จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขงที่คาดว่าจะมีแนวโน้มความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบ คือ จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย และบึงกาฬ ซึ่งการศึกษาเสร็จสิ้นแล้ว โดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนในครั้งนี้เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโดยสรุปต่อผู้แทนภาคประชาชน และเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคประชาชนเพิ่มเติม รวมทั้งการหารือแนวทางการปรับตัวของชุมชนในเบื้องต้นต่อผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต

ผศ.ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในฐานะหน่วยงานหลักการศึกษาผลกระทบดังกล่าว เปิดเผยผลการศึกษาเชิงลึกเบื้องต้นในเรื่องผลกระทบข้ามพรมแดนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยในส่วนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ความเร็วของกระแสน้ำ จากการกั้นเขื่อนเหนือประเทศไทยขึ้นไปในลาวและจีน เช่น ระดับน้ำที่สูงขึ้นจะทำให้หาดทรายจอมมณี ในพื้นที่จังหวัดหนองคายจะหายไป รวมถึงประเพณีและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องก็จะสูญหายตามไปด้วย ส่วนข้อดีของระดับน้ำที่สูงขึ้นจะสามารถใช้ประโยชน์เรื่องการเพาะปลูกและการสัญจรทางน้ำ รวมถึงปัญหาขาดแคลนน้ำผลิตประปาของบางจังหวัดช่วงฤดูแล้งจะหมดไป ดังนั้นการใช้ประโยชน์จากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นและคงที่จึงขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาลไทย

นอกจากนี้ยังเกิดน้ำกัดเซาะตลิ่งจากกระแสน้ำตามภูมิสัณฐานของลำน้ำ พบการกัดเซาะมากในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย และอำเภอเมืองบึงกาฬบางส่วน ซึ่งรวมกับปัจจัยอื่นๆมีการกัดเซาะปีละประมาณ 1 เมตร ขณะเดียวกันก็มีการงอกของพื้นที่เพิ่มขึ้นมา ส่วนมากในจังหวัดอำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ส่วนเกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย มีการทำเกษตรริมตลิ่งมากส่วนใหญ่ปลูกไว้รับประทานในครัวเรือนมีมูลค่าไม่มาก เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นชาวบ้านจะทำเกษตรและเลี้ยงสัตว์ริมตลิ่งยากขึ้นด้านการท่องเที่ยวและการเดินเรือ พบกิจกรรมเดินเรือและท่องเที่ยวทางน้ำเพิ่มขึ้น เช่น เส้นทางเดินเรือจากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ไปหลวงพระบาง ฝั่งสปป.ลาว สามารถทำได้ทุกวัน

เรื่องสัตว์น้ำและปริมาณปลา ยังไม่สามารถสรุปชัดเจนได้ เนื่องจากพบว่าบางชนิดลดลง บางชนิดเพิ่มขึ้น เช่น ลูกปลาจากทะสาบเขมรเพิ่มขึ้น และพบว่าการปลูกกล้วยที่ใช้สารเคมีมากทั้งฝั่งไทยและลาวตอนบน เมื่อมีการชะล้างลงมาก็เป็นปัจจัยทำให้ลูกปลามีจำนวนลดลง

นายไพฑูรย์ ป้องนารา ประธานเครือข่ายลุ่มน้ำโขงจังหวัดเลย บอกว่า จากโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน ในส่วนจังหวัดเลย ได้รับผลกระทบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิตการประมง การเกษตร การท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง อัตราการไหลของน้ำที่ไม่เป็นธรรมชาติส่งผลกระทบน้ำกัดเซาะตลิ่ง อำเภอที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ อำเภอปากชม และอำเภอเชียงคาน ด้านการประมงการจับปลาในแม่น้ำโขงจำนวนปลาที่จับได้ลดน้อยลง ส่วนแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ อย่างเช่นแก่งคุดคู้ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดปีละหลายล้านบาท เวลาน้ำหลาก แก่งคุดคู้จะหายไป ทำให้สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ก็หายไปด้วย แต่เราก็ยังคงเชื่อมโยงประเทศลาว และจีนเพื่อขอร้องให้หยุดปล่อยน้ำช่วง เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

อยากฝากถึงนักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการศึกษาให้ได้ข้อมูลอย่างละเอียด และมีเวทีแสดงข้อมูลแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบ่อยๆ เพราะปัจจุบันภาคประชาชนมีข้อมูลน้อยมากจึงเกิดความวิตกกังวลผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อยากให้มีความจริงใจในการเปิดเผยข้อมูลระหว่างรัฐกับรัฐ และระหว่างรัฐกับประชาชน ในขณะเดียวกันภาคประชาชนทุกกลุ่มเต็มใจที่จะถ่ายทอดข้อมูลไปสู่ภาครัฐ สำหรับไปใช้ประกอบการศึกษาและเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนริมน้ำโขงจะได้มีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต วัฒนธรรม สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขเหมือนในอดีต