หลังจากทีมีผลจากการสำรวจ เส้นทางเดินเรือเมืองซือเหมา มลฑลยูนนาน ถึงเมืองหลวงพระบาง ส.ป.ป.ลาว ระยะทาง 886.1 กิโลเมตร
ในปี 2536 ผู้แทนจากประเทศจีนมีความเห็นว่าหากต้องปรับปรุงเส้นทางเดินเรือ ให้สามารถขนส่งสินค้าได้ไม่ต่ำกว่า 100 ตัน เกาะแก่ง หาดดอน เป็นอุปสรรคที่สำคัญ ต้องระเบิดเพื่อทำลาย โดยรัฐบาลจีนยินดีที่จะสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 200 ล้านหยวน ทำให้ปัจจุบันมีการสร้างเขื่อนและระเบิดเกาะแก่งไปแล้วในระยะแรก โดยได้ระเบิด 11 แก่ง และ 10 กลุ่มหินใต้น้ำเพื่อให้เรือระวางบรรทุกอย่างต่ำ 100 ตัน จนดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลจาการะเบิดเกาะแก่งรวมไปถึงการสร้างเขื่อน ทำให้เกิดการผันผวนของกระแสน้ำ ทีไม่สามารถคาดการณ์ได้ทำให้บางวันกระแสนน้ำเปลี่ยนแปลงไปถึง 1 เมตร ทำให้การเกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขงและการหาไก หรือสาหร่ายน้ำจืด ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่บ้านหาดไคร้ ต.เวียง อ.เชียงของ ซึ่งเมื่อระดับน้ำไม่สามารถคาดการณ์ได้ ก็ส่งผลกระทบต่อแปลงเกษตรริมแม่น้ำโขงทีได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำ
นางฉวีวรรณ พวงสมบัติ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรริมแม่น้ำโขงและผลิตไกน้ำโขง กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงรวมไปถึงการสร้างเขื่องจิ่งหง ในประเทศจีน ได้ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถคาดเดาได้ และไม่เป็นไปตามฤดูกาล ทำให้การปลูกพืชริมแม่น้ำโขงตามหาดดอนต่างๆ ได้รับผลกระทบ เพราะชาวบ้านไม่มีพื้นที่ทำการเกษตรของตนเอง ต้องอากศัยช่วงน้ำลงและเกิดพื้นที่่ริมตลิ่งแม่น้ำโขงในการปลูกพื้ชผักเพื่อเลี้ยงชีพ แต่เมื่อไม่สามารถคาดเดาระดับน้ำที่ขึ้นลงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้น้ำพัดผลผลิตที่กำลังหว่างเสียหายไปหลายครั้ง ประกอบกับมีการระเบิดหิน ทำให้กระแสน้ำแรงขึ้นกว่าเดิมมาก
ทั้งนี้ เมื่อก่อนหากน้ำขึ้นผลผลิตจะไม่เสียหายมาก แต่เมื่อมีการระเบิดแก่งหินแล้วกระแสน้ำแรงขึ้น เมื่อน้ำขึ้นก็พัดผลิตแปลงเกษตรเสียหาย และในช่วงเดือน ธ.ค.- ก.พ.ของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวบ้านเก็บไก ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสินค้าขึ้นชื่อของ อ.เชียงของ ที่สร้างรายได้ให้กับชาวเกษตรริมน้ำโขง ที่นำมาแปรรูปเป็นสินค้า OTOP สร้างรายได้ส่งลูกหลานเรียนหนังสือ ซึ่งไกจะเริ่มมีมากในช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ.ของทุกปีเพราะเป็นช่วงที่น้ำลด ทำให้แสงอาทิตย์ส่องถึงก่อนหินใต้น้ำ จึงเกิดไกขึ้น
แต่เมื่อกระแสน้ำ ขึ้น-ลง ไม่เป็นไปตามปกติ และมีความรุนแรงขึ้นจากการที่ไม่มีแก่งหินเป็นเขื่อนตามธรรมชาติทำให้ไกไม่สามารถขึ้นได้ ส่งผลให้ขาดรายได้ไปถึง กว่า 80% ทำให้ชาวเกษตรริมโขงกว่า 90% ขาดรายได้และไม่มีอาชีพ แม้ว่าจะมีไกจากแหล่งน้ำอื่นในประเทศลาวส่งเข้ามา แต่ผู้บริโภคก็ไม่กล้าที่จะซื้อมาบริโภค เพราะมีกระแสว่าแม่น้ำในประเทศลาวปนเปื้อนสารพิษ จากสารเคมีที่ใช้ปลูกไกจำนวนมากในลาว จึงทำให้ไกจากลาวไม่ได้รับความนิยมเท่าไกจากแม่น้ำโขง




