วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุรีรัมย์น้ำมูลลดเร็ว กระทบผู้เลี้ยงปลากระชัง

แม่น้ำมูลลดต่ำ ส่งผลกระทบเกษตรกร ไม่สามารถเลี้ยงปลากระชังได้ต้องเสียรายได้ จากที่เคยเลี้ยงได้ปีละ 3 ครั้ง เหลือเพียง 1-2 ครั้ง

 หลายรายมีหนี้สินสะสมจากการกู้ยืมมาลงทุนเลี้ยงปลารายละ 1-2 แสนบาท หลังประสบภัยแล้งติดต่อกันหลายปี

จากสถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.ตึก จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณลดต่ำเร็วกว่าปกติแม้จะยังไม่เข้าสู่หน้าแล้ง ทำให้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรบ้านท่าเรือ ม.7 ต.ท่าม่วง อ.สตึก ไม่สามารถเลี้ยงปลากระชังได้ เพราะเกรงว่าปริมาณน้ำที่น้อยจะเกิดกรด แก๊ส ไม่ไหลเวียนทำให้ปลาน็อคตายได้ จากเมื่อก่อนเกษตรกรบ้านท่าเรือจะเลี้ยงปลาในกระชังจับขายมากกว่า 30 ครัวเรือน ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 5 ราย เกษตรกรที่ยังเสี่ยงเลี้ยงเพราะไม่มีอาชีพอื่น แต่ก็ลดปริมาณปลาลงจากที่เคยเลี้ยงเท่าตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนหากเกิดปลาน็อคตาย และจากภาวะภัยแล้งปริมาณน้ำมูลตื้นเขินติดต่อกับหลายปี ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถเลี้ยงปลากระชังได้ปีละ 3 ครั้งเหมือนเดิม ปัจจุบันเหลือ 1-2 ครั้งเท่านั้น ทำให้สูญเสียโอกาสขาดรายได้จากการเลี้ยงปลากระชังส่งขาย หลายรายต้องมีหนี้สินสะสมจากการกู้ยืมเงินไปลงทุนเลี้ยงปลา แต่กลับไม่สามารถเลี้ยงได้เต็มที่และบางครั้งก็ขาดทุน

นายเกตุ เยี่ยมรัมย์ เกษตรกรบ้านท่าเรือ กล่าวว่า หลังจากประสบปัญหาภัยแล้งน้ำมูลตื้นเขินต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้เกษตรกรที่เคยทำอาชีพเลี้ยงในกระชังขาย ต้องเลิกเลี้ยงหันไปประกอบอาชีพอื่นแทน ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 5 ราย จากที่เคยเลี้ยงมากกว่า 30 ราย ส่วนรายที่เหลือก็เสี่ยงเลี้ยงเพราะไม่มีอาชีพอื่น แต่ก็ต้องลดปริมาณปลาที่เลี้ยงลงเพราะเกรงจะขาดทุนหากปลาน็อคตาย จากกรณีดังกล่าวจึงอยากให้ทางภาครัฐเร่งดำเนินการก่อสร้างฝาย หรือเขื่อนยางเพื่อกักเก็บน้ำมูลไว้ ให้เกษตรกรใช้ในการอุปโภคบริภาค ทำการเกษตร และเลี้ยงปลากระชังตลอดทั้งปี