วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร.ร.ในจ.ประจวบฯ ปิดเรียนกว่า30แห่ง

ศธ.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ “การุณ” ระบุโรงเรียนจ.ประจวบคีรีขันธ์ ปิดเรียนแล้วกว่า 30 แห่ง

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ศธ.มี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัด.ศธ.เป็นประธาน พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ตนแต่งตั้งผู้ประสานงานศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในจังหวัดต่าง ๆ ที่ประสบอุทกภัย เพื่อให้การช่วยเหลือดูแลประชาชนในพื้นที่ ซึ่งตนได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้ประสานงานในแต่ละจังหวัด โดยมีศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด (กศน.) และประธานอาชีวศึกษาจังหวัดนั้น ๆ พร้อมทั้งตั้งผู้ประสานงานกลางของแต่ละจังหวัด 

ดังนี้ นายธฤติ ประสานสอน ผอ.กศน.จังหวัดสกลนคร เป็นผู้ประสานจังหวัดชุมพร นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม ผอ.กศน.จังหวัดชัยภูมิ เป็นผู้ประสานจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสถิต ทองเหลา ผอ.กศน.จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ประสานจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ผอ.วิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี เป็นผู้ประสานจังหวัดพัทลุง น.ส.ทรงศรี วีระรังษิยากรณ์ ผอ.กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้ประสานจังหวัดสงขลา นายเธียร เธียรถาวร ผอ.กศน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ประสานจังหวัดยะลา นายสง่า แต่เชื้อสาย ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนางรอง เป็นผู้ประสานจังหวัดตรัง นายอธิณัช ธนแพทย์ ผอ.กศน.จังหวัดพะเยา เป็นผู้ประสานจังหวัดนราธิวาส นายชัยณรงค์ ป้องบ้านเรือ ผอ.กศน.จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ประสานจังหวัดระนอง นายสมปอง วิมาโร ผอ.กศน.จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ประสานจังหวัดปัตตานี

ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ม.ค.2560 ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ศธ.จะปล่อยคาราวานจิตอาสานักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาและกศน. 7,500 คน ที่จะไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้หลังน้ำลด โดยจะมีการมอบถุงยังชีพ ให้บริการซ่อมแซมรถยนต์ จักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซ่อมแซมบ้านเรือน และช่วยขนย้ายสิ่งของจากจุดอพยพกลับเข้าบ้านพักด้วย ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ได้กว่า 4 แสนชิ้น

ด้าน นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า จากอุทกภัยดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้รับรายงานว่า มีโรงเรียนได้รับผลกระทบเบื้องต้น 1,791 โรง โดยเป็นโรงเรียนในกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล 664 โรง จากโรงเรียนทั้งหมดในกลุ่ม 1,602 โรง กลุ่มอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง และตรัง จากโรงเรียน 900 กว่าโรง ได้รับผลกระทบ 25 โรง โดยอยู่ในจังหวัดกระบี่และตรัง กลุ่มอ่าวไทย ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ได้รับผลกระทบ 1,102 โรง จาก 1,826 โรง โดยในจำนวนโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบนั้น มีโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายหนัก จำนวน98 โรง อยู่ในกลุ่มอ่าวไทย 73 โรง อันดามัน 7 โรง และชายแดนภาคใต้ 18 โรง อย่างไรก็ตามขณะนี้ส่วนใหญ่เปิดเรียนเกือบหมดแล้ว เพราะสถานการณ์น้ำเริ่มลดแล้ว

“ขณะนี้ได้รับรายงานว่าน้ำขึ้นมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว มีโรงเรียนที่สั่งปิดการเรียนการสอนไปแล้ว 30 กว่าโรง และขณะนี้สพฐ.ก็ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักเรียนและโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้แล้วในเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศที่ไม่ประสบอุทกภัย 192 เขต เพื่อขอรับบริจาคสิ่งของและเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน โดยสิ่งของที่ต้องการคือ เสื้อผ้า ชุดนักเรียน ชุดกีฬา รองเท้า สื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามเท่าที่ประเมินความเสียหายเบื้องต้นขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 740 ล้านบาท “เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

ขณะที่ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้จัดตั้ง “ศูนย์สกอ.รวมพลังอุดมศึกษาไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” ที่ชั้น 1 อาคารสำนักงาน สกอ.ถนนศรีอยุธยา รับบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และยารักษาโรคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ขณะเดียว ได้เปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคเงินด้วย โดยสามารถโอนเงินบริจาคช่วยเหลือบัญชี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อช่วยผู้ประสบภัย ธนาคารกรุงไทย จำกัด 0-1302-7913-7

ทั้งนี้ การกระจายความช่วยเหลือจะการดำเนินการช่วยเหลือผ่านมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือภาคใต้ตอนบน และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์ช่วยเหลือภาคใต้ตอนล่าง ส่วนการฟื้นฟูหลังน้ำลด เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศจัดกิจกรรมจิตอาสาของนิสิต นักศึกษาลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบให้บริการและช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ เช่น ทีมแพทย์และทีมทันตแพทย์อาสาลงพื้นที่ตรวจรักษาประชาชน ทีมวิศวกรลงพื้นที่ให้คำแนะนำปรึกษาการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรฟื้นฟูที่ทำกิน พื้นที่สวนยาง ขณะที่ เครือข่ายมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงจะลงไปช่วยโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนชดเชยให้แก่นักเรียนที่ต้องปิดเรียนไปในช่วงน้ำท่วมด้วย