วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.แถลง7วันอันตรายพบการกระทำผิด6.7แสนราย

'รองโฆษก ตร.' เผยช่วง 7 วันอันตรายพบผู้กระทำผิดกฎจราจร 669,037 ราย ในความผิด 10 ข้อหา คาดรู้สาเหตุรถตู้ชนรถกระบะแน่ชัดภายใน 2 สัปดาห์

พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นค.รพ.ตร. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงข่าวสรุปผลการปฎิบัติงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม2559-4 มกราคม 2560 ซึ่งอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง 7 วัน อันตราย พร้อมกับ กรณีเกิดอุบัติเหตุรถตู้สาธารณะสายกรุงเทพ-จันทบุรี เกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถกระบะในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 25 ราย

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า ผลการปฎิบัติการของตำรวจทั่วประเทศในห้วงระยะเวลา 7 วันอันตรายนั้น ทางตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดเกี่ยวกับกฏหมายจราจรได้ทั้งหมด 669,037 ราย ในความผิด 10 ข้อหา โดยส่วนมากตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดในข้อหา ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย และ ยานพาหนะไม่พร้อมใช้งาน อีกทั้งยังมีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีเมาสุราได้จำนวนกว่า 1 หมื่นราย ซึ่งแม้ว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จะมีการเกิดอุบัติที่มีจำนวนสูงขึ้น แต่การจราจรบนถนนทุกเส้นทางที่มีการมุ่งหน้าจากกรุงเทพมหานครไปต่างจังหวัดนั้น มีความคล่องตัวไม่ติดขัดเหมือนปีที่ผ่านมา นั่นก็หมายความว่า กระบวนการรับรู้จากการประชาสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเรื่องของเส้นทางลัด และระยะเวลาในการเดินทางที่เลี่ยงการจราจรคับคั่งนั้น แสดงให้เห็นได้ชัดว่าประชาชนรับรู้ และปฎิบัติตามคำแนะนำจากการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเมื่อการจราจรไม่ติดขัด ประชาชนก็จะมีการขับรถที่มีความเร็ว จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก และเกิดอุบัติรุนแรง เช่นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจากกรณีรถตู้โดยสารสาธารณะเกิดเหตุเฉี่ยวชนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 25 ราย

ทางด้านพล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า จากผลการตรวจสอบร่างกายของผู้ขับขี่รถตู้โดยสาร ที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวนั้น ไม่พบแฮลกอฮอลและสารเสพติดใดๆในตัวของผู้ขับขี่ ซึ่งความคืบหน้าในการตรวจพิสูจน์ศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 25 รายนั้น เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ได้ตรวจพิสูจน์และส่งศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลแล้วนั้น 11 ราย ส่วนในวันนี้นั้นได้ตรวจพิสูจน์และอนุญาตให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลแล้ว 8 ราย ส่วนอีก 6 รายที่เหลือนั้น ขณะนี้ 3 รายได้ทำการตรวจ ดีเอ็นเอ เสร็จสิ้นแล้วสามารถมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้แล้ว ส่วนอีก 3 รายที่เหลือ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเพิ่งมีญาติมาแจ้งความจำนงยื่นเอกสารในการขอรับศพ ทางนิติเวชก็ต้องขอระยะเวลาในการตรวจดีเอ็นเอ ระหว่างศพกับญาติถึงความสัมพันธ์ พื่อยืนยันตัวบุคคลที่แน่ชัดก่อน จึงสามารถมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ในวันที่ 5 มกราคม

พล.ต.ต.พรชัย กล่าวอีกว่า การตรวจอัตลักษณ์บุคคลนั้น ถึงแม้ว่าสภาพศพจะมีไฟไหม้ จนไม่สามารถระบุตัวตนได้นั้น ทางแพทย์ก็สามารถที่จะตรวจสอบจากชิ้นเนื้อ เพื่อหาถึงดีเอ็นเอ ในความแม่ยำได้มากขึ้น ส่วนสาเหตุหลักของการเสียชีวิตทั้ง 25 รายนั้น ต้องรอการตรวจสอบจากห้องปฎิบัติการก่อนว่า เกิดจากแรงกระแทก หรือ เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ คาดว่าอีก 2 สัปดาห์จะทราบถึงผลการตรวจสอบที่แน่ชัด

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า การดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ต้องรอผลการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน และกล้อง ซีซีทีวี ก่อนว่ามีการขับขี่ที่มีความเร็วเท่าใด และเกินจากที่กฏหมายกำหนดหรือไม่ และรถตู้คันดังกล่าวมีสภาพการพร้อมใช้งานหรือไม่ ส่วนในเรื่องการสอบสวนนั้น จะต้องสอบสวนให้ครบทุกมิติถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากมีความผิดก็จะสามารถดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตสามารถดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งในการขอรับค่าสินไหมทดแทนจากการเสียชีวิตได้ แต่เบื้องต้นทางบริษัทที่รถตู้คันดังกล่าวทำประกันไว้นั้นจะชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียชีวิตในรายละ 3 แสนบาท

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า อยากขอฝากไปยังผู้ประกอบการรถตู้สาธารณะว่า ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก และต้องปฎิบัติตามกฎหมายซึ่งรถคันที่มีการขับขี่นั้นจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่ง และจะต้องมีความพร้อมของร่างกายผู้ขับขี่เองและมีการต่อใบอนุญาติขับขี่ อีกทั้งจะต้องขับรถไม่ออกนอกเส้นทางตามที่มีการระบุไว้ของกรมการขนส่งทางบกเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร