เหยื่อนักธุรกิจกว่าสิบคนโร่ ร้องปอศ.ถูกหลอกลงทุนต่างแดนสูญร่วม100ล้าน
ที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ทางน.ส.ณิชวดี โชติรัตน์ อายุ 47 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชนและเป็นผู้เสียหาย พร้อมด้วยผู้เสียหายอีกจำนวน 12 คน เดินทางนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผกก.5 บก.ปอศ. เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายยุสรี วันฮาลาล อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/7 หมู่ 4 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา หลังถูกนายยุสรีหลอกให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจหลายประเภทในประเทศพม่า เช่น เหมืองแร่ทองคำ,ขายส่งกล้วยหอมทอง,ผลิตน้ำดื่ม,ธุรกิจก่อสร้างบ้านในประเทศพม่า ส่งผลให้มีผู้เสียหายเบื้องต้น 13 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 3 ล้านบาท ทั้งนี้มีเหยื่อหลงเชื่ออีกจำนวนมาก คาดเสียหายนับ 100 ล้านบาท
ด้านน.ส.ณิชวดี ให้การว่า เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีคนรู้จักชักชวนให้ร่วมลงทุนกับนายยุสรี ซึ่งเปิดบริษัทชื่อ ซานโตนเนส (Santonnest) ทำธุรกิจหลายอย่างที่ประเทศพม่า โดยให้ลงทุนหุ้นละ 3,000 บาท และจะได้ค่าตอบแทน 400 บาทต่อสัปดาห์ต่อหนึ่งหุ้นหากใครลงทุนมากก็จะได้มาก จากนั้นก็ชวนให้เข้ากลุ่มไลน์ชื่อ “เศรษฐีมีทอง” เมื่อเข้าไปแล้วพบว่ามีสมาชิกจำนวนหลายคน ซึ่งเมื่อสอบถามและศึกษาข้อมูลทำให้ทราบว่าหากลงทุนก็จะได้เงินปันผลจริง กระทั่งวันที่ 11 ตุลาคม ตนจึงตัดสินใจลงทุนครั้งแรกเป็นเงินสดจำนวน 250,000 บาทและได้ค่าตอบแทนมาตลอด ตนจึงตัดสินใจเพิ่มเงินลงทุนไปอีก 93,000 บาท รวมเงินลงทุนไปจำนวน 351,000 บาท โดยได้รับเงินปันผลกลับมาตลอดรวม 8 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 111,000 บาท กระทั่งวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา กลับไม่ได้เงินปันผลจากนายยุสรี พวกตนจึงได้ทวงถามไปทั้งทางโทรศัพท์และส่งข้อความทางไลน์แต่กลับไม่สามารถติดต่อได้
น.ส.ณิชวดี ให้การต่อว่า ในส่วนของตนนั้นยังเหลือเงินลงทุนที่ขาดไปอีกประมาณ 240,000 บาท จึงได้ปรึกษากับเพื่อนที่ร่วมลงทุน คาดว่าน่าจะถูกหลอก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความในวันนี้ทั้งหมด 13 คน รวมมูลค่าความเสียหาย 3 ล้าน แต่จากการตรวจสอบเพื่อนที่ร่วมลงทุนที่ทราบชื่อแล้วรวมประมาณ 210 คน คิดมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 31 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 100 คน
พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า เบื้องต้นทางตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ดังกล่าวไว้ และสั่งการให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด หากการกระทำความผิดนั้นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ก็จะเชิญตัวนายยุสรีเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหา “กระทำการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” พร้อมทั้งทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




