วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปาฏิหาริย์คริสต์มาส ของ 'นิค แบล็คเวลล์'

แม้จะยังไม่เป็นที่พูดถึงในแวดวงหมัดมวยระดับโลก แต่ในสหราชอาณาจักร นิค แบล็คเวลล์

 จัดเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง สำหรับสถิติการเป็นนักมวยอายุน้อยที่สุด ที่ได้แชมป์รุ่นมิดเดิลเวทของอังกฤษ ขณะอายุเพียง 20 ปี ตามด้วยตำแหน่งแชมป์รุ่นเดียวกันของสหราชอาณาจักร เมื่อปีที่แล้ว

น่าเสียดายที่เส้นทางบนสังเวียนของ แบล็คเวลล์ ต้องมาถึงจุดจบ ในการขึ้นชกกับ คริส ยูแบงค์ จูเนียร์ ที่เวมบลีย์ อารีนา เมื่อเดือนมี.ค. เพราะความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น ไม่เพียงทำให้เจ้าตัวเสียเข็มขัด ยังนำมาซึ่งอาการบาดเจ็บร้ายแรง จนทำให้เจ้าตัวต้องยุติชีวิตการเป็นนักมวยไปพร้อมกัน

ความพ่ายแพ้ที่เวมบลีย์

หลังชิงเข็มขัดแชมป์สหราชอาณาจักรที่ว่างอยู่มาครองสำเร็จในปี 2015 แบล็คเวลล์ ยังป้องกันตำแหน่งไว้ได้อีกสองครั้ง ในการชกกับ เดมอน โจนส์ และ แจ็ค อาร์นฟิลด์

กระทั่งในครั้งที่ 3 ณ เวมบลีย์ อารีนา ในเดือน มี.ค. เจ้าของฉายา “แบง แบง” ต้องพบกับ คริส ยูแบงค์ จูเนียร์ ลูกชายแท้ๆของ คริส ยูแบงค์ หนึ่งในนักชกรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวทที่ดีที่สุดตลอดกาลของสหราชอาณาจักร

ในไฟท์ดังกล่าว ยูแบงค์ จูเนียร์ แสดงให้เห็นว่าเหนือกว่า แบล็คเวลล์ อย่างชัดเจน ด้วยหมัดฮุคและอัปเปอร์คัทที่เล่นงานเจ้าของเข็มขัด จนเลือดไหลจากจมูกและมีรอยแผลใหญ่เหนือตาซ้าย สุดท้าย กรรมการบนเวทีต้องเรียกแพทย์ขึ้นมาเช็กอาการของ แบล็คเวลล์ ในยกที่สิบ ก่อนชูมือให้ ยูแบงค์ จูเนียร์ ได้เข็มขัดเส้นดังกล่าวไปครอง

ไม่กี่นาทีหลังการชกสิ้นสุด ทีมแพทย์ต้องให้ออกซิเจนกับ แบล็คเวลล์ และนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที หลังพบว่ามีเลือดคั่งภายในกะโหลกศีรษะจนเกิดอาการโคมา ก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา แต่พิษบาดแผลที่ได้รับ ก็ทำให้ แบล็คเวลล์ ต้องประกาศแขวนนวมในที่สุด

ซ้ำรอยประวัติศาสตร์

อาการบาดเจ็บศีรษะที่ทำให้นักมวยต้องแขวนนวมไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้แต่ คริส ยูแบงค์ ซีเนียร์ ก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกับลูกชาย 

ย้อนกลับไปในเดือนก.ย. 1991 ยูแบงค์ ผู้พ่อ ขึ้นเวทีเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ว่างรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวทขององค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) พบกับ ไมเคิล วัตสัน คู่ปรับเก่า ตลอดการชก วัตสัน เป็นฝ่ายทำแต้มได้จะแจ้งกว่า กระทั่งเข้าสู่ยกที่ 11 ยูแบงค์ ก็ปล่อยหมัดอัปเปอร์คัทเข้าที่ปลายคางอย่างจัง จนอีกฝ่ายหงายหลังและศีรษะไปพาดกับเชือก แม้จะประคองตัวจนจบยก แต่ วัตสัน ก็ฝืนชกต่อไม่ไหว และทรุดตัวลงไปกับพื้นในยกสุดท้าย จน รอย ฟรานซิส กรรมการบนเวทีต้องสั่งยุติการชก

อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดกลับไม่ได้เรียกรถพยาบาลมาดูแล วัตสัน ทันทีหลังจบการชก ไม่มีการให้ออกซิเจนใดๆ จนสุดท้าย วัตสัน ที่อาการแย่ลงเรื่อยๆ ตกอยู่ในอาการโคมานานถึง 40 วัน และต้องผ่าตัดสมองถึง 6 ครั้งเพื่อรักษาอาการเลือดคั่งในสมอง

หลังจากได้สติ วัตสัน ยังต้องใช้ชีวิตบนวีลแชร์นานกว่า 6 ปี จนนำไปสู่การฟ้องร้องคณะกรรมการควบคุมกีฬามวยสหราชอาณาจักร (บีบีบีโอซี) และได้รับเงินชดเชยไปทั้งสิ้น 1 ล้านปอนด์

ใครถูก-ใครผิด?

หลังฟื้นตัวกลับมาจากอาการโคมาครั้งแรก แบล็คเวลล์ ก็ให้สัมภาษณ์วิจารณ์พ่อลูก ยูแบงค์ อย่างหนักที่ไม่ได้แสดงอาการสนใจว่าตนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร หลังจบการชก “ผมผิดหวังนิดหน่อย หาก ยูแบงค์ อยู่ในสถานการณ์นั้น ผมคงจะรีบไปดูอาการเขา หรือเรื่องที่ครอบครัวผมขอให้พวกเขายกเลิกการแถลงข่าวหลังจบไฟท์ ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง”

ในความเป็นจริง สองพ่อลูก ยูแบงค์ ไม่ได้แสดงอาการลิงโลดใดๆหลังจบไฟท์ มีเพียงการทวีตข้อความเรื่องผลการชก ขณะที่งานแถลงข่าวก็มีขึ้นหลังจากนั้นถึงสามวัน เมื่อทุกฝ่ายแน่ใจแล้วว่า แบล็คเวลล์ ปลอดภัย นอกจากนี้ ระหว่างการชก ยูแบงค์ ซีเนียร์ ยังตะโกนจากข้างเวทีบอกให้ลูกชายหลีกเลี่ยงในการเล่นงานศีรษะของฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย

“ผมเข้าใจได้ว่าความโกรธและเกลียดชังนี้มาจากไหน แต่เราต้องยอมรับเรื่องที่ผมทำให้ชีวิตนักมวยของเขาต้องจบลง” ยูแบงค์ จูเนียร์ ให้สัมภาษณ์หลังรับทราบสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

โคมาหนสอง และปาฏิหาริย์

เรื่องเศร้าเกือบเกิดขึ้นซ้ำสอง เมื่อ แบล็คเวลล์ ไม่ยอมหันหลังให้วงการมวย และสอบผ่านใบอนุญาตเป็นผู้ฝึกสอนมวย ในเดือนต.ค. เพราะในเดือนถัดมา เจ้าตัวก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังเกิดอาการเวียนศีรษะอย่างหนัก ระหว่างซ้อมร่วมกับ ฮาซาน คาคาร์ดี นักมวยรุ่นครูเซอร์เวท และ เลียม วิลกินส์ เทรนเนอร์ จนต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน

หลังตกอยู่ในสภาวะโคมาเป็นหนที่สอง ทีมแพทย์เปรยกับคนในครอบครัว แบล็คเวลล์ ว่าอดีตนักชกวัย 26 ปี อาจเป็นอัมพาตหรือไม่มีวันฟื้นกลับมาอีกเลย กระทั่งไม่กี่วันก่อนถึงคริสต์มาส แบล็คเวลล์ ก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นทีละน้อย และเริ่มเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟูสภาพร่างกาย เพื่อเตรียมตัวผ่าตัดใหญ่อีกครั้งในปีหน้า

“นิค ทำอะไรโง่ๆลงไป แต่เราไม่สามารถปล่อยเขาไว้แบบนั้นได้” ล็อคเก็ตต์ กล่าวถึงกรณีที่ แบล็คเวลล์ แอบไปซ้อมโดยไม่แจ้งตน จนเกิดเรื่องนี้ขึ้น

“นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ยาวนานในการฟื้นตัว แต่อย่างน้อย ผมเชื่อว่าเราจะเป็นผู้ชนะได้ในที่สุด”