พระผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดัง อ.พิมาย มรณภาพปริศนาคากุฏิ คาดโรคประจำตัวกำเริบ เพราะไม่พบร่องรอยการรื้อค้น
วันนี้(24ธ.ค.59) เวลา 08.35 น. พันตำรวจโท เด่นชัย ชำนาญในเมือง รองผู้กำกับการ สืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแจ้งจาก นายคุณากร สิ่วกลาง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านงิ้วพัฒนา ตำบลท่าหลวง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ว่ามีพระสงฆ์มรณภาพปริศนา อยู่ภายในกุฏิสงฆ์ วัดสนุ่นงิ้วพัฒนา หมู่ที่10 ตำบลท่าหลวง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยฮุก31จุดพิมาย เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบในกุฏิสงฆ์ ที่บริเวณด้านหลังวัด โดยภายในกุฏิพบศพผู้เสียชีวิตสภาพศพนอนหงายห่มผ้า อยู่บนเตียงนอนทราบชื่อ พระสวัสดิ์ กิตติสุทโท อายุ 88 ปี ตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสนุ่นงิ้วพัฒนา หมู่ที่10 ตำบลท่าหลวง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 ชั่วโมงตรวจดูตามร่างกายไม่มีร่องรอยจากการถูกทำร้าย
สอบถาม นางสำเรียง ลมพิมาย อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 23/2 หมู่ที่ 10 บ้านงิ้วพัฒนา ตำบลท่าหลวง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นน้องสาวของ พระสวัสดิ์ฯ เล่าว่าเมื่อวานช่วงเย็นตนได้เข้ามาที่วัดและได้เข้าไปหาพระสวัสดิ์ฯในกุฏิ พระสวัสดิ์ ได้บอกกับตนว่าเหนื่อยหายใจไม่สะดวกกินข้าวไม่ได้ หลังจากนั้นตนก็กลับบ้านไป พอมาช่วงเช้าวันนี้ตนก็เข้ามาที่วัดเห็นว่าสายแล้วยังไม่เห็น พระสวัสดิ์ ออกมาจากกุฏิ ตนจึงเข้าไปเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับตนจึงเปิดประตูเข้าไปจับดูตัวจึงรู้ว่าพระสวัสดิ์ เสียชีวิตแล้ว ตนจึงได้ไปเรียกพระที่วัดและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาดูและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ญาติไม่ติดใจสงสัยจากการถูกทำร้าย พระสวัสดิ์ มีอายุมาก ประกอยกับช่วงกลางคืนมีอากาศที่เย็น ทำให้พระสวัสดิ์ หมดแรงเสียชีวิตดังกล่าว
พันตำรวจโท เด่นชัย ชำนาญในเมือง รองผู้กำกับการ สืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพิมาย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายในกุฏิไม่พบร่องรอยของการรื้อค้นทรัพย์สิน แต่พบเพียงยารักษาโรคของ พระสวัสดิ์ฯ อยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า พระสวัสดิ์ฯได้มรณภาพด้วยโรคประจำตัว ประกอบกับในช่วงเวลากลางคืนจะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้สภาพร่างกายของพระสวัสดิ์ฯ ที่มีอายุมากแล้วอีกทั้งมีโรคประจำตัวหลายโรค จึงทำให้สภาพร่างกายปรับตัวไม่ทันจึงเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันละเสียชีวิตดังกล่าว




