ปิดล้อม10ชม. ขี้ยาจับเมีย-แม่เป็นตัวประกันในบ้าน
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีเหตุลูกชายทำร้าย จับแม่และภรรยาขังไว้ในบ้านเลขที่ 451 ซ.ราชสุดา 4 ชุมชนสัมพันธ์สุข ทต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยคนร้ายมีอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ศิริชัย กุลวิทิต สวป.สภ.เมืองอุดธานี พร้อมกำลังตำรวจเดินทางไปที่เกิดเหตุพบกับ พ.ท.ประเสริฐ จาตุรงค์ ประธานชุมชน และตำรวจอาสารออยู่ทางแยก ห่างจากบ้านเกิดเหตุราว 50 เมตร
พ.ท.ประเสริฐ จาตุรงค์ ประธานชุมชน และตำรวจอาสา นำชี้บ้านเกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว มีร้านขายของอยู่ข้างซ้ายแต่ประตูปิด มีประตูรั้วอยู่ด้านขวา แต่มีกุญแจคล้องล็อคไว้ 3 ดอก บ้านเป็นของอดีตข้าราชการป่าไม้ แต่เสียชีวิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้บ้านมีผู้อาศัยอยู่ไม่กี่คน คนแรกคือนางวรรณภา หรือภา กิริยา อายุ 59 ปี เจ้าของบ้าน คนที่สองนายวรพจน์ หรือแต๊ก กิริยา อายุ 37 ปี บุตรชาย คนที่สามน่าจะเป็นภรรยาของนายแต๊กฯไม่ทราบชื่อ ที่ผ่านมานนายแต๊กฯมีพฤติกรรม ทำร้ายแม่-ภรรยาและปิดประตูขังไว้ในบ้าน ซึ่งหน้าบ้านจะมีกล้องจรปิด
ต่อมาอดีตข้าราชการป่าไม้เพื่อนของสามีเจ้าของบ้าน เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ได้รับโทรศัพท์จากนางวรรณภาฯ ว่าบุตรชายทำร้ายลูกสะใภ้และตนเอง และยังเอาปืนพกสั้นของสามีออกมาข่มขู่ นางวรรณภาฯจึงหลบเข้าไปอยู่ในห้อง บุตรชายจึงล็อคกุญแจขังไว้ และล็อคประตูรั้วหน้าบ้าน รู้สึกกลัวมากไม่กล้าออกมา ไม่รู้ชะตากรรมของลูกสะใภ้ ขอให้เพื่อนสามีแจ้งตำรวจให้ด้วย จึงโทรแจ้งพร้อมมอบหมายเลขโทรศัพท์ให้ตำรวจ
พ.ต.อ.เนติพงษ์ ธาตุทำเล รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เดินทางมาพร้อมกับทีมสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี (ยาเสพติด) ระบุว่านายแต๊กฯมีพฤติกรรมเสพยาบ้า เคยลูกจับกุมค้าและครอบครองยาบ้า 2 ครั้ง แต่ของกลางมีจำนวนไม่มาก ขณะเดียวกันสามารถโทรติดต่อกับนางวรรณภาฯได้ จึงเอาถุงไปคลุมกล้องวงจรปิดด้านหน้า และให้ตำรวจนำคีมตัดเหล็ก มาตัดลูกกรงหน้าต่างห้อง หลังร้านขายของออก และช่วยนางวรรณภาฯออกมาทางหน้าต่าง โดยเจ้าตัวบอกเหตุการณ์เกิดมาหลายชั่วโมง
จนกระทั่งเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดล้อมบ้านไว้ โดยมีการเคลื่อนไหวภายใน พ.ต.อ.เนติพงษ์ฯ เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ได้ช่วยแม่ออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวคนในบ้าน ทำให้เรายังต้องปิดล้อมบ้านไว้ ยังไม่ส่งตำรวจบุกเข้าไป โดยใช้การเจรจาให้ออกมามอบตัว เพราะแม่บอกว่าลูกชายมีปืน เอาลูกสะใภ้เป็นตัวประกัน ต้องใช้เวลาในการเจรจาต่อไปก่อน ซึ่งให้เพื่อนสนิทของนายแต๊กและแม่ ช่วยกันเกลี้ยกล่อม ซึ่งไม่มีการตอบรับกลับมา ห่วงแต่ภรรยานายแต๊กฯ ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร เพราะไม่มีเสียงโต้ตอบออกมา
จนกระทั่งเวลา 20.10 น. พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เดินทางมาสมทบก่อนประชุมสรุปสถานการณ์ 4 ชม. นายวรพจน์ หรือแต๊ก กิริยา อายุ 37 ปี ที่แม่ได้รับการช่วยเหลือออกมาเมื่อ 2 ชม.ก่อน ยืนยันว่าลูกชายจับภรรยาเป็นตัวประกันในบ้านพัก และมีอาวุธปืนสั้นของพ่ออดีตป่าไม้เป็นอาวุธ แต่กลับนิ่งเงียบอยู่ในบ้าน แม้ตำรวจจะพยายามส่งเพื่อน ไปพูดผ่านเครื่องขายเสียงเกลี้ยกล่อม แต่ก็ไม่มีการสื่อสารออกมา ทำให้ตำรวจตัดสินใจพังประตูหน้า และยิงแก๊สน้ำตาเข้าไป 2 ลูก
หลังยิงแก๊งน้ำตายไป 10 นาที ไม่มีการเคลื่อนไหวภายในบ้าน จนเจ้าหน้าที่เตรียมจะบุกเข้าไป ปรากฏว่าไปแสงสว่างที่ห้องด้านหลังดับ จึงเชื่อว่านายแต๊ก หรือคนร้าย ยังคงอยู่ภายในบ้านกับตัวประกัน จึงสั่งยกเลิกการบุกเข้าไปภายใน และทำการตัดกระแสไฟฟ้าในบ้านทั้งหมด หลังพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกล้องวงจรปิดไม่หมด เหลือกล้องอีกหลายตัวอยู่เหนือ “จั่วบ้าน” และยังเป็นกล้องอินฟาเรต สามารถมองเห็นในเวลากลางคืน หลังจากนั้นก็เฝ้าระวังสถานการณ์ไว้ ยังไม่บุกเข้าไปในบ้าน เพราะคาดว่านายแต๊กฯ มีอาวุธปืน จึงยังไม่ผลีผลามเข้าไป เกรงจะเกิดความสูญเสีย
แต่เมื่อเวลา 23.15 น. มีความเคลื่อนไหวของนายแต๊กฯ ที่อาศัยความมืดปีนออกจากทางหลังบ้าน ขณะที่มีกำลังเจ้าหน้าที่คุมด้านหลังบ้านไว้ ทำให้นายแต๊กฯ ปีนข้ามรั้วข้ามมายังบ้านเลขที่ 414 ที่อยู่ติดกัน โดยนายแต๊ก ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขายาว จะปืนออกทางด้านถนนหน้าปากซอย แต่มีเจ้าหน้าที่อยู่ นายแต๊ก จึงย้อนกลับเข้ามาที่รั้วบ้านที่ติดกับบ้านแม่ของนายแต๊ก และปีนเข้าไปในบ้านตัวเองอีกครั้ง ขณะที่เพื่อนบ้านแตกตื่นวิ่งหลบหนีออกมา ซึ่งเพื่อนบ้านที่อยู่มีทั้งคนแก่ที่ป่วย และเด็ก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นำตัวคนแก่ขึ้นรถพยาบาล ทำการปฐมพยาบาลให้ ทุกคนอาการปลอดภัย
จนถึงเวลา 00.15 น. ของวันที่ 20 ธันวาคม หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าติดตามสถานการณ์นานถึง 8 ชั่วโมง นายแต๊กฯจับภรรยาเป็นตัวประกัน อยู่ในบ้านพักที่ชุมชนสัมพันธ์สุข ทต.บ้านจั่น อ.เมือง อุดรธานี โดยแม่บังเกิดเกล้าตำรวจช่วยออกมาได้ โดยกบดานอยู่บ้านไม่เคลื่อนไหว แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตัดกระแสไฟฟ้า และรอจนหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จากตำรวจภูธรภาค 4 ขอนแก่น เดินทางมาถึงและประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจส่งกำลังเข้าในบ้าน
“คอมมาโด” หรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร ภาค 4 ได้ยิงแก๊สน้ำตาลูกที่ 3 เข้าไปในบ้าน และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในใช้เวลาประมาณ 10 นาที ได้ให้การช่วยเหลือ น.ส.ละอองดาว หรือดาว งามนิมิต อายุ 23 ปี ภรรยานายแต๊กฯออกมาได้ ในสภาพไม่สามารถช่วยตนเองได้ หลังจากถูกทำร้ายต่อเนื่องและยาวนาน หน่วยกู้ชีพมูลนิธิสว่างเมธาธรรม ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บสามารถพูดคุย ตอบรับการรักษา จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี โดยยังตามหาตัวนายแต๊กฯไม่พบ คาดว่าจะหลบหนีขึ้นไปอยู่ในฝ้าเพดาน
การค้นหาตัวยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการรื้อฝ้าเพดานในบ้าน ปีนหาจากทางหลังคา ทางตำรวจได้ให้เพื่อนสนิทของนายแต๊ก เกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่ไม่เป็นผล ไม่มีการตอบรับใด ๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบบนฝ้าหลังคาอีกครั้ง ไม่พบร่างของนายแต๊กฯ จึงรอให้ควันแก๊สน้ตา ที่ยิงเข้าไปแล้วถึง 3 ลูกจางลง จึงเข้าไปตรวจค้นในบ้าน รวมทั้งบนฝ้าหลังคา ไม่พบนายแต๊กแต่อย่างใด
จนถึงเวลา 02.35 น. เจ้าหน้าที่ชุดคอมมานโด ภ.4 ได้เคลียพื้นที่ในบ้าน และตรวจตามห้องต่าง ๆ ก็ไม่พบนายแต๊ก จึงค้นหาอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยในห้องนอนของนางวรรณภาฯ ที่เจ้าหน้าที่ได้ตัดลูกรงเหล็กออกไปช่วยเอาตัวออกมาตอนหัวค่ำ เมื่อค้นตู้เสื้อผ้าของนางวรรณภาฯอย่างละเอียด พบนายแต๊กฯ ขดตัวซุกซ่อนในกองเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่จึงนำตัวออกมา จากนั้นได้ตรวจค้นตัวไม่พบอาวุธปืน ซึ่งนายแต๊กฯ อ้างว่า ปืนหล่นหาย ช่วงที่วิ่งหลบหนีออกมาครั้งแรก จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้รีบนำตัวนายแต๊กฯ ขึ้นรถยนต์สายตรวจ 191 นำตัวไปยัง สภ.เมืองอุดรธานี โดยยังไม่มีการซักถามสาเหตุที่ก่อเรื่องขึ้นครั้งนี้
พ.ต.อ.เนติพงศ์ ธาตุทำเล รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี บอกสั้น ๆ ว่า การที่นายแต๊กฯ ก่อเหตุ มีการติดตามจับกุมตัวนานถึง 10 ชั่วโมง จะต้องนำตัวไปทำการสอบสวนก่อน โดยเบื้องต้นจะแจ้งข้อหา 2 ข้อหาก่อน คือ กักขังหน่วงเหนี่ยวให้เสียอิสระภาพ และ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ส่วนเรื่องอาวุธปืน ต้องสอบปากคำนางวรรณภา และ นางละอองดาวฯ เพิ่ม และต้องติดตามหาอาวุธปืนให้พบ จึงจะแจ้งข้อหา ครอบครองอาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อดำเนินคดีต่อไป




