เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เชื่อ อินโดนีเซีย เป็นฝ่ายที่ต้องแบกรับความกดดัน
จากการไม่เคยได้แชมป์ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” พร้อมแสดงความมั่นใจ “ช้างศึก” จะพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์สมัยที่ 5 มาครองได้ในที่สุด ในเลกสองของรอบชิงชนะเลิศ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันนี้ (17 ธ.ค.)
ไทย ตกเป็นรอง อินโดนีเซีย 1-2 ในนัดแรกของรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016 ที่สนามปากันซารี เมื่อ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา แต่ในงานแถลงข่าวก่อนเกมนัดสอง วานนี้ (16 ธ.ค.) หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยังเชื่อว่าทีม “พญาครุฑ” จะต้องเป็นฝ่ายแบกรับความกดดัน เนื่องจากไม่เคยได้แชมป์รายการนี้มาก่อน
"เกมแรก อินโดนีเซีย สร้างความปวดหัวให้เราพอสมควร แต่ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะการกลับมาเล่นในบ้าน เป้าหมายคือการเป็นแชมป์สมัยที่ 5 คิดว่าจะเป็นเกมที่สนุก แฟนๆของเราคงเข้ามาเต็มสนาม เราต้องชนะถึงได้ถ้วย แต่ความกดดันน่าจะอยู่ที่อินโดนีเซีย เพราะพวกเขายังไม่เคยได้แชมป์ แต่เราได้มาแล้ว 4 ครั้ง และกำลังจะได้ถ้วยที่ 5”
ด้าน อัลเฟรด รีเดิล ของ อินโดนีเซีย ก็ตอบโต้กลับทันทีว่าทีมที่ต้องกดดันน่าจะเป็น “ช้างศึก” มากกว่า เพราะ ไทย เป็นทีมที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ ผิดกับ อินโดนีเซีย ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ โดยหากยันเสมอหรือแพ้โดยยิงประตูทีมเยือนได้มากกว่าสองลูก อินโดนีเซีย ก็จะคว้าแชมป์อาเซียนสมัยแรกไปครองทันที
“มันจะเป็นเกมยากอีกเกม แม้เราจะนำอยู่ 2-1 เพราะไทยคือทีมที่ดีที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกเขาอยู่เหนือทีมอื่นไปอีกระดับ เราตั้งใจจะเล่นเกมที่ดี ตลอด 90 นาที และท้าทายไทยให้ได้มากที่สุด”
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันนี้ (17 ธ.ค.) นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เผยได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากในรอบรองชนะเลิศกับ เมียนมา ที่ราชมังคลากีฬาสถาน มีแฟนบอลชาวไทยบางกลุ่มแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด้วยการด่าทอและไม่ให้เกียรติกองเชียร์ทีมเยือน ส่งผลให้ถูกวิจารณ์ในแง่ลบ โดยทางสมาคมฯ ได้ออกมาตรการห้ามแฟนบอลสวมหน้ากากเข้าสนามเพื่อชมเกมนัดนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีก





