ลาวส่งกลับ 3 พระไทยเมาเหล้า ในงานประจำปีพระธาตุอิงฮัง ถึงไทยจับสึก
พ.ต.ท.ศุภโชค พณิชยพงศ์ สารวัตรปราบปรามตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากกงสุลใหญ่ประจำแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาวว่า เจ้าหน้าที่ฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาวได้ควบคุมพระภิกษุสงฆ์ไทย 3 รูป ที่อยู่ในอาการเมามาย ขณะนี้อยู่ที่กงสุลไทยให้มารับตัว จึงนำเจ้าหน้าที่เดินทางข้ามฝั่งมาที่กงสุลไทย พบพระภิกษุสงฆ์ไทย อยู่ในสภาพมึนเมาจากการตรวจสอบทราบชื่อ พระศุภภิจ ล่อชุ่นนี้ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่114/1 ม.1 ต.ห้วยแข้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี พระมหาวิชัย วชรญาโรน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 ม.1อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา และพระไสว สิงห์ทอง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 186 ม.5 ต.บ้านเผือ อ.บ้านเผือ จ.อุดรธานี ซึ่งพระภิกษุสงฆ์ทั้ง 3 รูป ที่เจ้าหน้าที่ลาวต้องนำมาส่งให้ทางกงสุลไทยช่วยสงบสติเนื่องจากเมาอาละวาททางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมตัวได้
จากการสอบถามพระไสว เล่าว่า เดิมจำวัดอยู่ที่เมืองไทยนั้น พระทั้ง 3 รูป ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เพิ่งมาพบเจอกันครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทั้ง 3 รูปได้เดินทางเรือโดยสารระว่างประเทศที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อมาร่วมงานประจำปีพระธาตุอิงฮัง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระหว่างนั้นได้ชักชวนพระสงฆ์และญาติโยมทางลาว แอบตั้งวงดื่มเหล้า 2 วง โดยพระศุภภิจ นำเงินให้ญาติโยมซึ่งเป็นคนลาวไปชื้อเหล้ามาดื่ม ส่วนพระมหาวิชัย ตั้งวงเหล้ากับพระเณรชาวลาว จนถึงหัวค่ำพระไทยทั้ง 2 รูปมีอาการเมามาย พร้อมส่งเสียงโวยวาย จากนั้นพระไสวและ พระศุภภิจได้ทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ลาวต้องเข้ามาระงับเหตุ พร้อมนำพระทั้ง 3 รูป ส่งสถานกงสุลใหญ่ไทย ประจำแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
พ.ต.ท.ศุภโชค กล่าวว่า เมื่อกงสุลไทยประสานมาทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหารจึงข้ามไปรับพระทั้ง 3 รูป กลับฝั่งไทย แล้วนำตัวมาที่วัดศรีบุญเรือง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อสอบสวน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำเครื่องเป่ามาตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบพระศุภภิจและพร มหาวิชัย มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงกว่ากฎหมายกำหนด จึงสึกพระทั้ง 2 รูป ส่วนพระไสว ตรวจไม่พบ




