เอ็นบีเอ กับ วีอาร์ กีฬาในโลกเสมือนจริง

เอ็นบีเอ กับ วีอาร์ กีฬาในโลกเสมือนจริง

ในความพยายามยกระดับตัวเอง สู่การเป็นเบอร์หนึ่งของอเมริกันเกมส์ นอกจากการทุ่มค่าเหนื่อยมหาศาล

ไปกับการจ้างผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์แล้ว บาสเกตบอล เอ็นบีเอ ยังมองหาทางเลือกอื่นๆ เพื่อดึงกลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่ ให้มาสัมผัสความเร้าใจของกีฬายัดห่วงอย่างไม่ลดละ

หลังจากชิมลางไปเมื่อเดือนก.ย. ด้วยสารคดีความยาว 25 นาที ที่นำเสนอด้วย เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) ในชื่อ Follow My Lead : The Story of the 2016 NBA Finals มาแล้ว 

เอ็นบีเอ ก็เตรียมรุกคืบอีกไปก้าว ด้วยการนำ VR มาใช้ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฤดูกาล 2016/17 และ เน็กซ์วีอาร์ พันธมิตรรายใหม่ ก็มั่นใจว่าจะสามารถนำประสบการณ์ แบบที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาสู่แฟนกีฬายัดห่วง

NextVR

เน็กซ์วีอาร์ (NextVR) ก่อตั้งขึ้นโดย เดวิด โคล ในปี 2009 และเริ่มจากการพัฒนาเทคโนโลยี 3D ก่อนเปลี่ยนเป็น VR ในเวลาต่อมา โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นแพลทฟอร์มใหม่ในการถ่ายทอดสด โดยมีพันธมิตรอย่าง ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์, ไลฟ์ เนชัน, เอ็นบีซี สปอร์ตส์, เอชบีโอ และ ซีเอ็นเอ็น ในการซัพพอร์ทคอนเทนท์ต่างๆ อาทิ ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ วีอาร์, เอ็นบีซี สปอร์ตส์ รวมถึงการดีเบทของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด หรือการแสดงบนเวทีของศิลปินอย่าง โคลด์เพลย์

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอมุมกล้องแปลกใหม่ในการแข่งขันกีฬา เช่น อเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล หรือฟุตบอลกระชับมิตร ไอซีซี ซอคเกอร์ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา แต่กับ เอ็นบีเอ จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการนำเทคโนโลยีดังกล่าว มาใช้ในการถ่ายทอดสดตลอดทั้งฤดูกาล โดยในแต่ละสัปดาห์ ทาง เอ็นบีเอ และ เน็กซ์วีอาร์ จะเลือกเกมหนึ่งนัดในคืนวันอังคาร (เช้าวันพุธตามเวลาประเทศไทย) เพื่อแพร่ภาพในรูปแบบของ VR

การรับชมเกมในโลกเสมือน จะต้องมีเฮดเซทสำหรับชม VR เป็นอุปกรณ์เสริม ปัจจุบัน ยังใช้ได้เฉพาะ Samsung Gear VR และโทรศัพท์มือถือของบริษัทเดียวกันเท่านั้น พร้อมดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน NextVR และเลือกรับชมผ่านทาง เอ็นบีเอ ลีก พาส* แต่ทาง เน็กซ์วีอาร์ มีแผนที่จะปรับปรุงให้ใช้กับแพลทฟอร์มอื่นๆในอนาคต 

*เอ็นบีเอ ลีก พาส - NBA League Pass เป็นแพ็คเกจถ่ายทอดสดแบบเหมาจ่ายรายปี ที่ผู้สมัครสามารถเลือกรับชมการแข่งขันเอ็นบีเอได้ทุกคู่ ทั้งสดและย้อนหลัง ทางสมาร์ททีวี คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ เช่นแท็บเลทหรือโทรศัพท์มือถือ

ในการถ่ายทอดสด ผู้ชมจะได้เห็นภาพจากกล้องซึ่งติดตั้งรอบสนาม เพื่อให้ความรู้สึกใกล้เคียงความจริงที่สุด ทั้งคนรอบข้าง ผู้ตัดสิน หรือรูปร่างยักษ์ปักหลั่นของเหล่านักบาสเกตบอลในระยะประชิด หรือมุมกล้องหลังห่วง ที่จะเห็นการเซตเกมรุกขึ้นมา ก่อนยัดลูกลงห่วงเพื่อทำสกอร์

โลกเสมือน vs โลกจริง

มาร์ติน จี ฝ่ายกีฬาของนิตยสารไทม์ ตั้งข้อสังเกตสำหรับ เน็กซ์วีอาร์ ว่าแฟนกีฬาพร้อมจะจ่ายค่าสมัคร เอ็นบีเอ ลีก พาส ปีละ 199 ดอลลาร์ (ราว 7 พันบาท) กับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ และอุปกรณ์เสริม VR เพียงเพื่อเสพการถ่ายทอดสดอย่างใกล้ชิดหรือไม่ ในเมื่อมีตัวเลือกอื่นๆ อย่างการถ่ายทอดสดธรรมดาที่เห็นบรรยากาศโดยรวมชัดเจนกว่า ในราคาที่ถูกกว่า

พร้อมยกตัวอย่างของเทคโนโลยี 3D สำหรับโทรทัศน์ ที่ผู้ผลิตพยายามนำเสนอเมื่อราว 6-7 ปีก่อน แต่กลับไม่มีการตอบสนองจากผู้ใช้งานมากนัก

“โทรทัศน์ 3D แค่เพิ่มความลึกของภาพ แต่คุณยังชมการแข่งขันจากมุมกล้องเดิม” เดวิด โคล ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง เน็กซ์วีอาร์ โต้แย้ง ด้วยการย้ำว่า VR ให้อรรถรสและประสบการณ์ในการชมที่แตกต่าง “เมื่อเราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ คุณจะลืมว่ากำลังใช้ VR อยู่ และถูกรบกวนจากสิ่งรอบข้างน้อยลง นี่จะเป็นรูปแบบใหม่ในการเสพสื่อ”

แต่การจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ ปัญหาหลักที่ เน็กซ์วีอาร์ กำลังประสบในขวบปีแรกของการทำงาน คือเรื่องความคมชัดของภาพที่จะส่งผลต่อสายตาของผู้ชมที่กำลังใช้อุปกรณ์อยู่ โดยเฉพาะในเกมบาสเกตบอลที่มีการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วตลอดเวลา

นอกจากนี้ อีกอุปสรรคของ VR ยังเป็นเรื่องวัฒนธรรมการเชียร์ของแฟนกีฬา โดยเฉพาะชาวอเมริกันและยุโรป ที่นิยมออกไปดูเกมในสนามจริงๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศรอบข้าง มากกว่าเพียงแค่รับรู้ผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีเรื่องสังคม ครอบครัว เพื่อนฝูง อาหารการกินและเครื่องดื่ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เทคโนโลยี VR ไม่สามารถตอบสนองได้

ในมุมมองของ จี การรับชมเกมในรูปแบบ VR ไม่น่าจะกลายเป็นช่องทางหลักสำหรับผู้บริโภคได้ในเวลาอันสั้น 

แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว และสังคมที่เปลี่ยนไป ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่า โลกเสมือนจริง จะสามารถหาที่ทางของมันในวงการกีฬาได้ในที่สุด