วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

นอกเกม : พ่อลูกในวงการกีฬา

แม้พ่อหลวงของเราจะเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่ว่าในความรู้สึกของคนไทยหลายคน

 วันจันทร์ที่จะถึงนี้ ยังถือเป็นวันพ่อเหมือนทุกปีที่ผ่านมา วันนี้ "นอกเกม” เลยจะพาไปดูกันว่า พ่อลูกในวงการกีฬา ที่เป็นที่จดจำนั้น มีใครและสร้างอะไรไว้ให้เป็นที่จดจำบ้าง

แมนนิง ครอบครัวควอเตอร์แบ็ก

ไม่มีข้อสงสัยว่า ตระกูล แมนนิง คือครอบครัวควอเตอร์แบ็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการอเมริกันฟุตบอล

ตำนานของตระกูลแมนนิง เริ่มต้นจากคุณพ่อ อาร์ชี แมนนิง ที่เล่นใน เอ็นเอฟแอล ถึง 16 ฤดูกาล ระหว่างทศวรรษที่ 70 ถึง 80 ให้กับ นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส, ฮูสตัน ออยเลอร์ส และ มินเนโซตา ไวกิงส์

แม้จะเคยได้รับเลือกเข้าสู่โปรโบว์ล 2 สมัย แต่ อาร์ชี ก็ไม่เคยนำตระกูล แมนนิง สัมผัสถ้วยซูเปอร์โบว์ลเลย และต้องรอจนถึงปี 2007 เมื่อ เพย์ตัน ลูกชายคนกลาง นำทีมอินเดียนาโปลิส โคลท์ส ล้ม ชิคาโก แบร์ส เป็นแชมป์ซูเปอร์โบว์ลได้สำเร็จ

จากนั้น แหวนซูเปอร์โบว์ลวงถัดมาก็ตามมาติดๆในปี 2008 เมื่อ อีไล น้องคนสุดท้าย เจริญรอยตามพี่ชาย ด้วยการพา นิวยอร์ค ไจแอนท์ส เฉือน บัฟฟาโล บิลล์ส ในนัดชิงชนะเลิศ

อีไล ได้แหวนวงที่สองในปี 2012 ก่อนที่ เพย์ตัน จะคว้าเพิ่มอีกหนึ่งวงเมื่อตอนต้นปี 2016 นั่นทำให้ครอบครัว แมนนิ่ง เป็นครอบครัวควอเตอร์แบ็กที่ประสบความสำเร็จที่สุด

มัลดินี กัปตันแห่งเมืองมิลาน

เริ่มต้นจาก เชซาเร มัลดินี ผู้เป็นพ่อที่รับใช้ เอซี มิลาน ถึง 12 ปี และมีโอกาสสวมปลอกแขนกัปตันทีมของทั้งทีมปีศาจแดง-ดำ และทีมชาติอิตาลี

ประวัติศาสตร์เหมือนจะซ้ำรอย เมื่อลูกชาย เปาโล มัลดินี มีโอกาสรับใช้สโมสรถึง 25 ปี และได้รับเกียรติเป็นกัปตันทีมของ เอซี มิลานเช่นกัน และเหนือไปกว่าคือการคว้าแชมป์และรางวัลต่างๆมาครอง ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ลีก 7 สมัย โคปปาอิตาเลีย 1 สมัย ยูฟา ซูเปอร์คัพ 5 สมัย ยูโรเปียนคัพ และ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก 5 สมัย บอลสโมสรโลก 3 สมัย และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย 5 สมัย

ผลงานส่วนตัว แบ็กซ้ายรายนี้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อิล กาปิตาโน” หรือ กัปตัน และได้รับยกย่องว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัคิศาสตร์วงการฟุตบอล ถึงขนาดที่ เอซี มิลาน จึงตัดสินใจ ยกเลิกเสื้อเบอร์ 3 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ มัลดินี คนลูก เมื่อเขาเลิกเล่นในปี 2009

ความยิ่งใหญ่ของตระกูล มัลดินี กับมิลานยังอาจได้รับการสานต่อโดยรุ่นหลานเมื่อ คริสเตียน และ ดาเนียล มัลดินี ลูกชายของ เปาโล ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักเตะฝึกหัดของ เอซี มิลาน ในขณะนี้ 

ดีเร็ค และ จิม เรดมอนด์

ใน โอลิมปิก 1992 ที่บาร์เซโลนา ดีเร็ค เรดมอนด์ ผ่านเข้าร่วมแข่งขันวิ่ง 400 เมตร ด้วยเวลาดีที่สุดในรอบคัดเลือก แต่ในรอบรองชนะเลิศ ณ โอลิมปิก สเตเดียม เมื่อ 5 ส.ค. ขณะที่เหลืออีกเพียง 250 เมตรก่อนถึงเส้นชัย ดีเร็ค เกิดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากะทันหันจนล้มลงไปกองกับพื้น

ทุกอย่างเหมือนจะจบลง แต่ ดีเร็ค คิดเพียงแต่ต้องจบการแข่งขันให้ได้ จึงลุกขึ้นโขยกเขยกด้วยขาข้างเดียวด้วยความทุลักทุเลและเจ็บปวด โดยมีเจ้าหน้าที่และแพทย์สนามพยายามเข้าไปห้ามเพราะไม่ต้องการให้เจ็บหนักกว่าเดิม และในสนามมีโปรแกรมอื่นต้องแข่งต่อ ก่อนที่ เจมส์ เรดมอนด์ หรือ จิม ผู้เป็นพ่อจะวิ่งฝ่าฝูงชนจากอัฒจันทร์ชั้นสูงสุด ลงมาประคองลูกชาย พร้อมไล่เจ้าหน้าที่ออกไป

ตอนนั้น สายทุกคู่จับจ้องไปยังลู่วิ่งที่ 5 กับภาพลูกชายที่บาดเจ็บในอ้อมกอดของพ่อ พยายามไปให้ถึงเส้นชัย ไม่มีเจ้าหน้าที่และแพทย์สนามคนไหนพยายามหยุดพวกเขาอีก มีแต่คนกว่า 65,000 ชีวิต ในสนามวันนั้นปรบมือ ตะโกน และส่งเสียงเชียร์พวกเขาอย่างกึกก้อง

กระทั่ง 2-3 ก้าวก่อนถึงเส้นชัย จิม ก็ตบเบาๆที่ท้องของ ดีเร็ค เหมือนเป็นสัญญาณบอกว่าเส้นชัยอยู่ตรงหน้า

เขาค่อยๆ ปล่อยลูกชายออกจากอ้อมกอดเพื่อให้ ดีเร็ค เข้าเส้นชัยตามลำพัง ท่ามกลางเสียงปรบมือยินดีและน้ำตาของผู้ชมในสนาม

24 ปีผ่านไป ไม่มีใครจำชื่อเจ้าของเหรียญทองในการวิ่ง 400 เมตร ที่บาร์เซโลนา ปีนั้นได้ แต่ไม่เคยมีใครลืมพ่อลูกที่ชื่อ ดีเร็ค และ จิม เรดมอนด์

สุขสันต์วันพ่อล่วงหน้าครับ