ไกด์หนุ่มหอบลูกเมียยืนชูป้าย ประท้วงตำรวจท่องเที่ยว หลังถูกจับกุมในข้อหา เป็นมัคคุเทศก์ไม่มีใบอนุญาต
ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ 6 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นายภูวดล ชูชีวะไพศาล อายุ 30 ปี อาชีพไกด์นำเที่ยวชาวไทยเชื้อสายจีน พร้อมกับบุตรชายและบุตรสาวพร้อมภรรยา ได้มายืนชูป้ายกระดาษที่เขียนข้อความต่าง ๆ ทำนองตัดพ้อน้อยใจเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวที่จับกุมตนในข้อหา เป็นมัคคุเทศก์ไม่มีใบอนุญาต และส่งดำเนินคดี ก่อนที่ตนเองจะประกันออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ 6 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ และไม่กล้าออกไปประกอบอาชีพ ทำให้ขาดรายได้มาเลี้ยงครอบครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูวดล ได้มายืนชูป้ายพร้อมทั้งตะโกนว่าจับผมทำไม จับพ่อหนูทำไม ซึ่งระบุว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายภูวดล ถูก ตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ 2 สถานีพัทยา จังหวัดชลบุรี จับกุม ข้อหาไม่มีใบอนุญาต ทั้งที่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยนายภูวดล ได้นำหลักฐานและเอกสารต่างๆ แสดงต่อสื่อมวลชน เพราะเกรงว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เหมาะสม
นายภูวดล ชูชีวะไพศาล มัคคุเทศก์หนุ่มไทยเชื้อสายจีน ตามใบอนุญาตมัคคุเทศก์เลขที่ 13-0340 กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองเดือดร้อนมาก สถานการณ์การท่องเที่ยวเงียบมากทัวร์ก็ไม่ค่อยมี หลาย ๆ บริษัททัวร์ก็ปิดตัวลง ทำให้ไกด์หลายคนไม่มีงานทำ ถึงแม้มีงานทำอย่างตนก็ไม่กล้าทำ เพราะว่าถูกกลั่นแกล้ง การทำงานของตำรวจไม่เป็นธรรม มาจับกุมตนในข้อหาไม่มีบัตรมัคคุเทศก์ ทั้ง ๆ ที่ตนก็มีบัตรมัคคุเทศก์ของตนก็มีและแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูแล้ว แต่ตนก็ยังถูกจับกุมอีกในข้อหาไม่มีบัตรมัคคุเทศก์
ก่อนหน้านี้ตนยอมรับว่ามีการปราบปรามไกด์ต่างชาติที่มานำชาวต่างชาติไปเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นการผิดกฎหมาย เพราะตามกฎหมายอนุญาตให้คนไทย พาคนต่างชาติเที่ยวเท่านั้น ตนก็เป็นคนไทยทำงานเป็นมัคคุเทศก์หรือไกด์มา 3 ปีแล้ว ไม่เคยถูกจับกุมแต่อย่างใด บัตรมัคคุเทศก์ของตนเป็นบัตรเฉพาะพื้นที่ ก็มีการอะลุ่มอล่วยมาตลอด แต่มาช่วงนี้มีการปราบปรามไกด์เถื่อนอย่างหนัก ทั้งที่ตนก็ไม่ได้เป็นไกด์เถื่อน แต่มาจับตน ทั้งๆที่ตนก็แสดงบัตรมัคคุเทศก์ของตนให้ดู และถูกส่งดำเนินคดี ซึ่งตนก็ได้ประกันออกมาและยังไม่กล้ากลับไปทำงานจึงได้พาครอบครัวมาเรียกร้องความเป็นธรรม
ด้าน พันตำรวจเอก อาชยน ( อา-ชะ-ยน ) ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ได้เดินทางเข้ารับเรื่องร้องทุกข์ของนายภูวดล ก่อนตรวจสอบหลักฐาน พร้อมชี้แจงให้นายภูวดล ได้ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการที่นายภูวดล ถูกแจ้งข้อหา ไม่มีใบอนุญาตประกอบการมัคคุเทศก์ นั้น เนื่องจากบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ที่นายภูวดล มีอยู่มีการระบุพื้นที่ให้ทำงานได้เฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเท่านั้น ไม่สามารถทำงานในต่างพื้นที่ได้ นายภูวดล จึงถูกแจ้งข้อหา ไม่มีใบอนุญาตประกอบการมัคคุเทศก์ เนื่องจากนายภูวดล ออกไปทำงานที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นนอกพื้นที่ ที่กำจัดขอบเขตเอาไว้
อย่างไรก็ตามรองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ยืนยันว่าจะตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ขณะที่ นายภูวดล เมื่อได้รับฟังการชี้แจง จึงได้เดินทางกลับพร้อมครอบครัว




