ความคืบหน้า เหตุสลดเจ้าของร้านยาซึมเศร้าป่วยหลายโรค ยิงเมียพร้อมลูกจ้างสาวดับ ก่อนระเบิดขมับตายตามกลายเป็น3ศพ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ผดุงศักดิ์ สุวรรณชัยรบ รองผกก.(สอบสวน)สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 1/1 ซอยเสรีไทย7 แยก 7 ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบึงกุ่ม กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ รอดมา พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รองผบก.น.4 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นปลูกติดกัน 4 คูหา คูหาแรก บริเวณชั้นล่างเปิดเป็นร้ายขายยา ชื่อร้าน เภสัชยา จากการตรวจสอบภายในร้าน พบศพ น.ส.วนิดา วงศ์ชัย อายุ 30 ปี เป็นลูกจ้างของทางร้านขายยา ถัดไปบริเวณห้องพักผ่อน พบศพนายสมเดช สายจิตบริสุทธิ์ อายุ 60 ปี อดีตนักวิชาการ8 กระทรวงสาธารณสุข และใกล้กันพบศพ นางมารศรี สายจิตบริสุทธิ์ เป็นภรรยาของนายสมเดช ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ภายในร้านขายยาดังกล่าว โดยข้างตัวนายสมเดชพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเสียใจกับผู้สูญเสีย ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน โดยเป็นสามี ภรรยาและลูกจ้าง สำหรับสาเหตุในการลงมือก่อเหตุนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว
โดยนายสมเดช ผู้ก่อเหตุมีโรคประจำตัวหลายโรค รวมทั้งเรื่องซึมเศร้า แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิด ว่า มีเหตุการณ์อะไรก่อนหน้าที่จะก่อเหตุหรือไม่ จนทำให้ผู้ตายตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนคนใกล้ชิดอย่างละเอียดอีกครั้ง
สำหรับร้านดังกล่าวเป็นเพียงร้านขายยาและมีห้องพักเล็กๆ ชั่วคราว ส่วนบ้านพักของผู้ก่อเหตุอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 โดยเสียงปืนดังขึ้นก่อน 3-4 นัด จากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ซึ่งคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะยิงตัวเองเสียชีวิตบริเวณศีรษะ
ด้านนางอัมพร บังเลา อายุ 52 ปี แม่ค้าขายข้าวแกง บริเวณหน้าร้านขายยาที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนได้ยินเสียงดังคล้ายปืนหลายครั้ง จากนั้นมีคนเดินเข้าไปในร้านขายยา และวิ่งออกมาบอกว่าพบศพผู้เสียชีวิต จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึงพบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสมเดชกำลังถืออาวุธปืนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงพยายามเกลี้ยกล่อมแต่ไม่เป็นผล ก่อนที่นายสมเดชจะใช้ปืนที่ก่อเหตุยิงที่ศีรษะของตัวเองเป็นศพที่ 3
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บพยานหลักฐานไปตรวจสอบ พร้อมทั้งนำตัวลูกสาวและญาติไปสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป





