พบแล้ว 18 ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ 20 จากรถทัวร์ชมรมผู้สูงอายุเกษียณอายุ กสท. ตกเขาพลึง
นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนจาก บริษัทขนส่ง จำกัด เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ แสดงความเสียใจ กับผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
ผลจากอุบัติเหตุ รถทัวร์บริษัท ขนส่ง จำกัด หมายเลขทะเบียน 32-1488กทม. เกิดเสียหลัก พลิกคว่ำ ที่เขาพลึง ถนนทางหลวงหมายเลข11 (สายเอเชีย) หลักกิโลกเมตรที่ 350 ช่วงขาเข้าเมืองอุตรดิตถ์ บริเวณตำบลบ้านด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ตั้งแต่เวลา10.35 น. วันที่22พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
โดยผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ ชมรมเกษียณอายุ กสท.ทางโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ได้จัดเตียงให้อยู่ในโซนเดียวกันและมีป้ายระบุชัดเจน “อุบัติเหตุหมู่” พร้อมตั้งศูนย์ประสานงานอุบัติเหตุในครั้งนี้ ที่ชั้น1ของตึกผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ ซึ่งครอบครัวและญาติ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีการเกิดอุบัติในครั้งนี้ว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ20ราย ส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์16ราย โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก 4 ราย และล่าสุดได้ยุติการค้นหาผู้เสียชีวิตแล้ว ยอดพบศพผู้เสียชีวิตทั้งหมด18ราย เป็นชาย6คน หญิง 12 คน ซึ่งสามารถระบุชื่อสกุลได้เพียง 10 คน คือนายประสิทธิ์ อินทจักร์, นายประหยัด คล้ายพันธุ์ , นายวรดล ขวัญเริงใจ , นายเฉลิม วรสิทธิ์ , นายกวินทร์ ธาดากิจวรกุล , นายอำนวย อรัญศรี , นางนภารัตน์ แก้วทับทิม , นางเยาวลักษณ์ อนุวาร , นางจิราภรณ์ อภิชาตนนท์ และนางวิจิตรา มธุรสภาษณ์ ส่วนที่เหลือ 6 คนเป็นหญิงไม่ทราบชื่อสกุล
ส่วนในที่เกิดเหตุได้มีการเร่งกู้ซากรถทัวร์คันดังกล่าวขึ้นมา โดยทางด้านนายอุดม สมมาตร์ พนักงานขับรถยังบาดเจ็บและอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะเร่งสอบปากคำเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ขณะเดียวกันจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมในการช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในการกลับภูมิลำเนาของผู้บาดเจ็บและขนย้ายศพเพื่อบำเพ็ญกุศล ซึ่งทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้นำส่วนราชการยืนไว้อาลัย ให้กับผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งตรงกับวันรำลึกผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุโลก
ด้านนางพรเพ็ญ สายอุ่นใจ อายุ 65 ปี หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ตลอดระยะทางการเดินทางท่องเที่ยวกับสมาชิกชมรมเกษียณอายุ กสท. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นครั้งแรกที่ใช้บริการกับรถทัวร์ บริษัทขนส่ง จำกัด
ขณะเกิดเหตุตนนั่งอยู่เบาะหลังสุด ช่วงเกิดเหตุกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยออกเดินทางจาก จ.แพร่09.00น.ระยะทางเพียง30กิโลเมตร ขณะที่รถกำลังลงเขาพลึง ด้านหน้ารถส่ายไปมา ก่อนที่ รถจะไปกระแทกกับกำแพงซีเมนต์กั้นกลางถนน จากนั้นจึงพลิกคว่ำ โดยตนหลุดจากเบาะที่นั่ง พร้อมกับได้ยินเสียงรถกระแทกกับกิ่งไม้เสียงดังประมาณ 2-3 นาที
ซึ่งขณะวินาทีนั้นคิดว่ารถพลิกคว่ำธรรมดา จึงได้พยายามตะเกียกตะกายออกจากรถ หลังจากนั้นจึงตกใจเมื่อรู้รถตกเขาและอยู่กลางร่องน้ำ จึงพยายามจับหญ้า กิ่งไม้ปีนขึ้นมา จนมาได้รับความช่วยเหลือจากอาสาสมัครกู้ภัย ที่ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลจบพบว่าได้รับบาดเจ็บบาดแผลตามใบหน้าและแขนขา โดยตนเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ครั้งแรก ในกิจกรรมท่องเที่ยวของชมรมฯที่จัดทุกๆ ปี





