ตำรวจภูธรภาค2 หิ้วตัวหนึ่งในแก๊งงัดตู้เอทีเอ็ม พื้นที่ชลบุรี-ระยอง รับสารภาพหาเงินใช้-ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเจ๊ง
จากกรณีที่มีคนร้ายใช้แก๊สตัดเหล็กพยายามจะงัดตู้เอทีเอ็ม โดยวิธีการเจาะตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ตั้งอยู่หน้าร้านศรีราชาออโต้เฮ้าส์ เลขที่111/61-64 ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ในหมู่บ้านศศิธร 16 ริมถนนสายห้วยปราบ–บ่อวิน ม.4 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง แต่ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป
โดยคนร้ายได้ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีดำ ไม่ทราบทะเบียน หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ได้มีคนร้ายก่อเหตุใช้แก็สตัดตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย ในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบจากแผนประทุษกรรมน่าเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี สืบสวนจังหวัดระยอง สืบสวน สภ.บ่อวิน และ สภ.ปลวกแดง ได้ทำการสืบสวนจนพบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุทั้งสองพื้นที่เป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลจังหวัดระยองออกหมายจับ นายโชติการ หรือนุ้ย ผิวบาง ได้ที่บ้านพัก
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 พฤศจิกายน พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รอง ผบช ภ.2 ได้ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายโชติการ หรือนุ้ย ผิวบาง ชาวหนองตะไก้ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ซึ่งชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรีสามารถจับกุมตัวได้ โดยนายโชติการ เป็น 1 ในผู้ต้องหาที่ร่วมกันงัดตู้เอทีเอ็ม ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามไหล่ทางในเส้นทางถนน และทางหลวงพิเศษ จึงทราบว่ารถที่ก่อเหตุเป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีดำ โดยมีนายโชติการ เป็นเจ้าของรถ ต่อมาชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี จึงได้สืบสวนหาสัญญาณโทรศัพท์มือถือพบว่า นายโชติการ พักอาศัยเขตลาดกระบัง กทม. จึงตามไปจับกุมตัวมาได้
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายบุญญฤทธิ์ หรือแมน และนายโน้ต ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งทั้งสองคนยังหลบหนีอยู่ ส่วนป้ายทะเบียนรถได้ขโมยมาจากที่อื่น เพื่อนำมาติดรถของตัวเองอำพรางเวลาที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนวิธีการตัดเหล็กงัดตู้โดยแก็สนั้น ได้ดูจากอินเตอร์เนต โดยรับว่าทำไปเพราะต้องการเงินมาใช้จ่าย เนื่องจากทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขาดทุน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปลวกแดง ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ท.จิตติ กล่าวว่า จากเหตุการณ์คนร้ายลักตัดตู้เอทีเอ็ม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดตรวจตรา โดยเน้นที่ตู้ลอย ห่างไกลจากชุมชน โดยให้เจ้าหน้าที่หมั่นเข้าตรวจสอบและเฝ้าระวัง รวมทั้งกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต้องสมบูรณ์ ไม่ชำรุด และใช้ได้ดี




