"ผบ.ทบ." สั่งเร่งคดีคาร์บอมบ์ร้านสหกรณ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เผยก่อเหตุหน้าวัดหวังสร้างความแตกแยกไทยพุทธ-มุสลิม
เหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่หน้าร้านสหกรณ์ที่ ม. 3 ต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ทำให้ทรัพย์ อาคารบ้านเรือน รวมทั้งอาคารศูนย์ราชการเสียหาย และผู้บาดเจ็บ 5 คนนั้น เมื่อ 17 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมานั้น ทางกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เดินทางมาทำความเข้าใจระหว่างไทยพุทธ มุสลิม ที่มีคนไม่หวังดีพยายามสร้างสถานการณ์เจาะจงที่หน้าวัด เพื่อให้เกิดความแตกแยก ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องอดทน เข้มแข็ง จงร่วมกันสร้างพลังความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันชาวไทยพุทธมุสลิม ได้ร่วมกันออกมาพัฒนาพร้อมทั้งสำรวจความเสียหายกับเหตุการร์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นประเมินความเสียหายรวมทั้งสิ้นประมาณ8ล้านบาท โดยเฉพาะโรงงงานวิสาหกิจชุมชน ที่เป็นทั้งโรงงานผลิตน้ำ น้ำแข็ง ธนาคารชุมชน อาคารสหกรณ์ ล้วนแล้วเป็นรายได้ของประชาชน
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คนร้ายพยายามยามก่อเหตุทำลายเศรษฐกิจชุมชน สร้างความเดือดร้อน ซึ่งชุมชนนี้เข้มแข้ง แต่อาจดูแลหลอมไป คนร้ายจึงฉวยโอกาสก่อเหตุ ซึ่งทาง ผบ.ทบ สั่งการให้เร่งรัดคดีนี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งคงไม่ยากเท่าไหร่ เพราะให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุทั้งหลักฐานจากวัตถุระเบิด รวมทั้งพยานแวดล้อม และภาพกล้องวงจรปิด
“ตอนนี้ทราบกลุ่ม คงไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด และคงไม่ยากในการติดตามคนร้าย อย่างไรก็ตามกลุ่มคนร้าย พยายามสร้างความแตกแยกสร้างความหวาดระแวงระหว่างไทยพุทธ มุสลิมในพื้นที่ที่ พุทธมุสลิมร่วมมือกัน”
โดยคนร้ายที่ก่อเหตุและมีความคิดในการสร้างความรุนแรงมีเพียงไม่กี่คน แต่พุทธมุสลิมต้องเข้มแข็ง และร่วมมือกัน อย่าตกเป็นเครื่องมือกับพวกนี้ช่วยกันดุแลพื้นที่ตนเอง เราต้องก้าวข้าม เพื่อให้สันติสุข ขณะนี้ รัฐบาลส่งเสริมเศรษฐกิจมั่งคั่ง อย่าหลงเชื่อที่คนร้ายพยายามแตกแยก เราจะบังคับกฎหมายกับพวกนี้
ส่วนการทำงานของ ครม ส่วนหน้านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ เป็นผู้ประสานงานเติมเต็มสิ่งที่ขาดไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานพัฒนาเป็นหลัก





