อยากเลิกแต่สงสารลูกน้อง100ชีวิต! "เจ้าของโรงสี" โอดครวญ ชาวนาเอาข้าวดิบมาขาย แต่ต้องการราคาสูง พบส่วนใหญ่เป็นข้าวเปียกน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่โรงสีข้าวแม่ใจโชติวัฒน์ จำกัด อ.แม่ใจ จ.พะเยา ได้ทำโครงการตลาดนัดข้าวเปลือกร่วมกับพาณิชย์จังหวัดพะเยา ตั้งแต่วันที่ 15-17พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา เพื่อให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมทางด้านราคา โดยมีการชั่งน้ำหนักที่เที่ยงตรง และตรวจสอบคุณภาพข้าว ความชื้นและสิ่งปลอมปน เพื่อให้ชาวนาและโรงสีข้าวได้พบกันครึ่งทาง
นายอนันตศักดิ์ ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการโรงสีแม่ใจโชติวัฒน์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ชาวนามีปัญหาทางโรงสีได้ให้ความร่วมมือกับจังหวัดฯทุกๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ราคาข้าวตกต่ำมากในรอบ 10 ปี ทางเราจึงพยายามหาราคากลางผ่านระบบราชการโดยมีความชื้นเป็นเกณฑ์ในการให้ราคา มีเครื่องมือชั่วตวงที่มีมาตรฐาน มีเครื่องมือวัดความชื้นชาวนาสามารถตรวจสอบได้ และเรามีราคาที่ประกาศรับซื้อไว้อย่างชัดเจน เช่น ข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม่เกิน 15 เปอร์เซ็น รับซื้อ 8,900 -9,000 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม่เกิน 25–30 เปอร์เซ็น รับซื้อ 6,900 -7,300 บาท
นายอนันตศักดิ์ กล่าวต่อว่า แต่ก็พบว่าข้าวที่นำมาขายส่วนใหญ่ยังเปียกน้ำอยู่และมีบางส่วนที่ไม่แก่จัดปะปนอยู่ ซึ่งทำให้ได้ราคาไม่ดีหรือไม่สามารถซื้อตามราคาที่ประกาศไว้ได้ แต่ก็จะพยายามให้ได้ราคาสูงสุดให้ชาวนาและโรงสีอยู่ได้ ส่วนสาเหตุที่ชาวนาต้องนำข้าวเปียก ข้าวดิบมาขาย เพราะเรื่องรถดูดข้าว เมื่อถึงวงรอบที่รถดูดข้าวเข้าพื้นที่ก็ต้องรีบดูดตามคิว เพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีรถมาดูดข้าวให้ ข้าวจะเสียหายมากขึ้น จึงจำใจต้องรีบนำมาขายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
"ถ้าเราซื้อข้าวในราคาตามความต้องการชาวนา โดยไม่มีการวัดความชื้น หรือตรวจสอบคุณภาพ โรงสีก็อยู่ไม่ได้ เพราะโรงสีก็ต้องจ้าง ต้องเลี้ยงพนักงานเหมือนกัน ทุกวันนี้ก็อยากจะเลิกกิจกรรมอยู่แล้ว เพียงแต่สงสารพนักงานที่มีเกือบ 100 คน ไม่อย่างนั้นผมหยุดกิจการไปนานแล้ว” นายอนันตศักดิ์ กล่าว




