วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

The Inside Line : จักรยานกับประธานาธิบดีคนใหม่

หลายคนคงไม่ทราบมาก่อน ว่าประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐ มร. โดนัลด์ ทรัมป์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการจักรยานมาก่อนครับ

 ทรัมป์ เคยสปอนเซอร์สนามแข่ง Tour de Trump ในอเมริกา ระหว่างปี 1989–1990 ถึงจะเป็นสนามแข่งที่อยู่ได้ไม่นาน เพราะทรัมป์หมุนเงินมาสนับสนุนไม่ทัน แต่การขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศของทรัมป์ น่าจะมีผลกระทบต่อวงการจักรยานหลายด้าน 

เพราะแค่คืนวันที่ทรัมป์ชนะ นางฮิลลารี คลินตัน ตลาดโลกก็ปรับตัวรับมือกันอลหม่าน ทั้งด้านค่าเงินที่ผันผวน และเม็ดเงินลงทุนข้ามชาติที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

The Inside Line ตอนนี้จะมาดูกันว่านโยบายใหญ่ๆ ของทีมทรัมป์จะมีผลกระทบยังไงต่อวงการจักรยานครับ

ยอดขายจักรยานอาจจะทรุดตัว

ทรัมป์ ประกาศกร้าวมาตลอดช่วงการหาเสียง ว่าเขาไม่เชื่อในเรื่อง Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ อันเป็นผลมาจากมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน ถึงกับพูดว่ามันเป็นเรื่อง “หลอกลวง” และยังกล่าวโจมตีสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ ว่ามันเป็นหน่วยงานที่ไร้ประโยชน์ มีความเป็นไปได้สูงที่ ทรัมป์ จะตัดงบประมาณด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานธรรมชาติทั้งหมด รวมถึงเงินทุนที่ช่วยสนับสนุนการสร้างเส้นทางการปั่นจักรยานในรัฐและหัวเมืองต่างๆ แน่นอนว่าเราคงไม่ได้เห็นเขาสนับสนุนให้คนออกมาปั่นจักรยานกันมากขึ้นเพื่อลดมลภาวะเหมือน บอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักรด้วย

จักรยานนำเข้าอาจจะมีราคาสูงขึ้น

ทรัมป์ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายเขตการค้าเสรีหลายๆ ตัวโดยเฉพาะ NAFTA ที่อนุญาตให้ประเทศในอเมริกาเหนือ สามารถค้าขายสินค้าหลายหมวดหมู่ได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า เขาคิดว่าสหรัฐค่อนข้างเสียเปรียบประเทศคู่ร่วมสัญญาหลายๆ ประเทศ ก็เลยมีแผนตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะสินค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชีย ซึ่งอาจจะสูงได้ถึง 45% ครับ

ปัญหาอยู่ที่ว่าแบรนด์จักรยานอเมริกาส่วนใหญ่ ต้องพึ่งพิงโรงงานจักรยานในจีนและไต้หวัน จักรยานที่วางจำหน่ายในสหรัฐ 99% เป็นจักรยานนำเข้าจากเอเชีย สหรัฐนำเข้าจักรยานปีละราว 18 ล้านคัน คิดเป็นมูลค่ากว่าหนึ่งพันหกร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ผลิตได้เองเพียง 200,000 คันเท่านั้น หากการนำเข้าเฟรมเปล่าหรืออะไหล่ต่างๆ ต้องเจอกำแพงภาษีมหาโหดแบบนี้ก็มีแนวโน้มว่าจักรยานแบรนด์อเมริกาก็น่าจะต้องปรับราคาสูงขึ้นด้วยเช่นกัน 

โอกาสดีสำหรับแบรนด์ใหม่

นอกจากจะต้องการตั้งภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศแล้ว ทรัมป์ ยังผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตท้องถิ่น (local manufacturing) ให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้นด้วย การเปิดเขตการค้าเสรีกับต่างชาตินั้น ทำให้แรงงานข้ามชาติหลั่งไหลเข้ามาในอเมริกาเป็นจำนวนมาก จน ทรัมป์ เชื่อว่าแรงงานต่างด้าวแย่งงานคนอเมริกาไปกว่า 50% (Bloomberg รายงานว่า ทรัมป์ โม้เกินจริง เพราะอัตราการว่าจ้างคนอเมริกันในอุตสาหกรรมการผลิตนั้นตกลงไปแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น)

นั่นหมายความว่า ทรัมป์ น่าจะมีแผนการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศหลายด้านในอนาคตครับ ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษีให้ผู้ประกอบการรายใหม่และเงินทุนช่วยสนับสนุนผลักดันด้านธุรกิจ ชาวอเมริกันหลายคนที่อยากจะเปิดแบรนด์จักรยานของตัวเอง และผลิตจักรยานในประเทศ ก็น่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายนี้เต็มที่ 

ปัจจุบันอเมริกาเป็นประเทศที่มีแบรนด์จักรยานอินดี้ ที่สร้างจักรยานไฮเอนด์แบบสั่งตัด (custom bike) คุณภาพสูงอยู่หลายแบรนด์ มีแนวโน้มที่กิจการของบริษัทเหล่านี้จะดีขึ้นอีก

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงก็หมายความว่าผู้บริโภคจากต่างประเทศ จะซื้อจักรยานอเมริกันได้ในราคาที่ถูกลงด้วยเช่นกัน