วัยรุ่นเหิมพกปืนไล่ยิงกันในรพ.ประจันตคา ตร.ตามจับได้ 3 รายพร้อมของกลางเครื่องกระสุนปืนขนาด.357
พ.ต.ท.นพรุจ ณ.รังษี สวป.สภ.ประจันตคาม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทย์ภายในลานจอดรถโรงพยาบาลประจันตคาม โดยใช้รถจักรยานยนต์ และมีอาวุธปืน และได้ขับรถจักรยนต์หลบหนีจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปทางถนนสายประจันตคาม-ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งได้สั่งการให้สายตรวจรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไล่ติดตามทันที โดยมี ร.ต.ท.บุญส่ง ข่ากลาง รอง สวป. ได้ขับรถยนต์ติดตามทันที และพบวัยรุ่นต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ทั้งหมด 3 คน ระหว่างจะข้ามสะพานคลองประจันตคาม จึงสั่งให้หยุดรถและเข้าทำการตรวจค้นในตัว เบิ้องต้นทราบชื่อทั้งหมดประกอบด้วยนายสุรพงษ์ เตียงกุล อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 41 ม.3ตำบลบุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี 2.นายพิพัฒน์พงษ์ สิงห์สวัสดิ์ อายุ19 ปี บ้านเลขที่18 ม.4ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีษะเกษ และ 3.นายธนา(นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ค้นในกระเป๋าหนังสะพายลายสีน้ำตาลลาย ภายในกระเป๋าซึ่งเป็นของนายสุรพงษ์ เตียงกุล พบเครื่องกระสุนปื่นขนาด.357 จำนวน 7 นัด และนายสุรพงษ์ ให้การยอมรับว่าเป็นของตน นอกจากนั้นยังมีปืนซึ่งเป็นปืนไทยประดิษฐ์ขนาดเดียวกัน พร้อมเครื่องกระสุนปืนที่บรรจุไว้อีก 6 นัด แต่ได้โยนทิ้งลงไปในป่าหญ้าข้างสะพานแล้วแต่เนื่องจากเป็นที่มืด จากนั้นพ.ต.ท.วิษรุจ ได้ประสานไปยัง นายบรรเจิด ไพบูลย์ หัวหน้าจุดกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ประจันตคาม ขอกำลังอาสา และเครื่องปั่นไฟ สปอตไลท์ ลงค้นหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ยังไม่พบอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ซึ่งในรุ่งเช้าจะได้มีการค้นหาอีกครั้ง
จากการสอบถามนายสุรพงษ์ อ้างว่า”ก่อนหน้าตนและเพื่อนได้พากันมาเยี่ยมพ่อที่ป่วยที่โรงพยาบาลประจันตคาม จากนั้นตนและเพื่อนได้ขชวนกันไปในตลาดโดยเอารถของเพื่อขับไป และได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่อ้างตนว่าเป็นเจ้าถิ่นไล่ทำร้าย เลยขับจักยานยนต์หนีเข้าไปที่ โรงพยาบาล ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นก็ยังขับตามเข้ามา ตนจึงได้เข้าไปเอาอาวุธปืนที่พกไว้ในรถออกมา พอกลุ่มวัยรุ่นเห็นก็พากันขับรถหนี ตนจึงขับรถตามออกไป โดยบอกว่าอยากลองกับเจ้าถิ่นเหมือนกัน แต่ก็ไม่พบจนมาถูกจับกุมในที่สุด
เบื้องต้นสำหรับนายสุรพงษ์ เจ้าของเครื่องกระสุนปืน ว่ามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป หากค้นพบอาวุธปืนอีกก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มต่อไป





