วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจงเหตุคนร้ายลอบยิงครูที่มายอ ชี้รับไม่ได้พฤติกรรมโหดเหี้ยม

กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงเหตุคนร้ายลอบยิงครูที่มายอ เป็นพฤติกรรมอันโหดเหี้ยมที่ทุกฝ่ายรับไม่ได้

พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายประกบยิงพนักงานราชการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.มายอ ถนนสายมายอ - ทุ่งยางแดง บ้านมาหยอ หมู่ที่ 2 ต.มายอ อ.มายอ จ.ปัตตานี ในขณะเดินทางไปร่วมโครงการย้อมผ้าฟรีให้กับประชาชน ในพื้นที่บ้านตรัง หมู่ที่ 2 ต.ตรัง อ.มายอ จ.ปัตตานี

“กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวและญาติของผู้ที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ จากการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรม เป็นพฤติกรรมที่สุดโต่ง ทำร้ายต่อผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครู ซึ่งเป็นบุคลากรที่สำคัญทางการศึกษา พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งนำหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฎภาพ คนที่ร้ายที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจโดยมิหวั่งเกรงต่อกฎหมายของบ้านเมือง การก่อเหตุในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ซึ่ง ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะได้ติดตามจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้มาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อทำความจริงให้ปรากฎ ประกอบกับทางพลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีนโยบายสำคัญในการในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หลักคิดกฎหมายนำ การทหารตาม การเมืองขยาย ซึ่งจำเป็นที่จะต้องดำเนินการให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธ์ของกฎหมาย อันจะนำมาซึ่งความยุติธรรมในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนแสวงหาในพื้นที่ชายแดนใต้” รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว

พันเอกยุทธนาม กล่าวอีกว่า การก่อเหตุในครั้งนี้ถือเป็นพฤติกรรรมอันโหดเหี้ยมที่ทุกฝ่ายรับไม่ได้ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายยังคงการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง บิดเบือน กลับกลอก โดยใช้ชีวิตผู้บริสุทธิ์ให้ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ เป็นการกระทำของพวกนอกศาสนา เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนาอย่างร้ายแรง สำหรับการปฏิบัติที่ผ่านมาของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ในภาค 4 ส่วนหน้า ได้สามารถทำลายการพยายามของผู้ก่อเหตุรุนแรง อาทิ การตรวจพบแผงวงจรระเบิดแสวงเครื่อง 3 ชุด ในพื้นที่บ้านบางน้อย ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตรวจพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคและถังแก๊สปิกนิกในพื้นที่ ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี การตรวจยึดอาวุธปืนเล็กยาว ชนิดเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองบรรจุ จำนวน 2 ซอง และกระสุนปืน อีกจำนวนหนึ่งในพื้นที่ ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

“ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้กำลัง3ฝ่าย รวมทั้ง กำลังภาคประชาชนเพิ่มมาตรการเข้มในการดูแลพื้นที่ พร้อมทั้ง ได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่จัดระเบียบพื้นที่ชุมชน,เส้นทาง และบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน รวมทั้งขอความร่วมมือไปยัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น ช่วยกันสอดส่องดูแลกลุ่มคนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่ถูกออกหมายจับในคดีความมั่นคงว่ามี ส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ไม่ให้เคลื่อนไหวก่อเหตุความรุนแรงได้อีก พร้อมทั้งเน้นย้ำในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และให้หหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือเยี่ยวยาผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกการณ์ดังกล่าว อีกทั้งได้เน้นย้ำในเรื่องการรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษ ตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป หากพบเหตุพบบุคคลต้องสงสัย หรือสิ่งผิดปกติใดๆ สามารถแจ้งหน่วยงานด้านความมั่นคงใกล้บ้านท่าน หรือหมายเลขโทรศัพท์1341ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า” รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว