วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พระวัดป่ายังผวา! แก๊งไม้พะยูงเคยถามซื้อ2.7ล้าน

ยังผวา! พระวัดป่ากลัวแก๊งไม้พะยูง หลังเหตุถูกบุกปล้นจับพระมัด แล้วตัดไม้พะยูงเก่าแก่ไปหน้าตาเฉย แฉเคยถูกถามซื้อ2.7ล้าน

จากเหตุการณ์แก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติท้าทายกฎหมาย บุกจี้หัวพระและแม่ชีกลางดึก เพื่อตัดไม้พะยูงส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อคืนวันที่10ต.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดป่าแสงธรรม หมู่ที่8 บ้านเหล่าหนาด ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ทำให้ฝ่ายปกครองโดย ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รอง ผวจ.ฯ และฝ่ายตำรวจมี พ.ต.อ.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รรท.ผบก.ภ.จว.นครพนม ต้องลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุอย่าง ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้ว

ล่าสุด บรรดาวัดที่มีไม้พะยูงอยู่เกิดความหวั่นผวา เกรงจะถูกกลุ่มคนร้ายบุกกระทำการอุกอาจเหมือนวัดป่าแสงธรรม ที่เพิ่งถูกปล้นตัดไม้ทั้งที่อยู่ใกล้หน่วยงานหลัก เช่น วัดป่าสุภราราม เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ20ไร่ มีไม้พะยูงชุกชุมกว่า25ต้น เกรงจะไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสงคราม ตรวจตราถี่ยิ่งขึ้น

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม ลงตรวจพื้นที่วัดร่วมกับนายภคพล จังตระกูล อายุ69ปี ชาวบ้านปากอูน ต.ศรีสงคราม ทำหน้าที่ไวยาวัจกร และหลวงปู่เทียม ธิรปัญโญ พระลูกวัดวัย70ปี นำพาเจ้าหน้าที่ไปยังบริเวณเมรุเผาศพ ซึ่งอยู่ด้านหลังวัด ห่างไกลชุมชนพอสมควร มีต้นไม้พะยูง1ต้นขนาดใหญ่ ถูกล้อมด้วยรั้วเหล็กอย่างแน่นหนา ขนาดลำต้นรอบ2.5เมตร สูงประมาณ40เมตร อายุมากกว่า100ปี ห่างไปเล็กน้อยเป็นประตูด้านข้าง ถูกปิดตายด้วยโซ่ขนาดเขื่องล็อกด้วยกุญแจอย่างดีอีกชั้นด้านละ2ตัว เพื่อป้องกันแก๊งไม้พะยูงเข้ามาลักลอบตัดไปขายประเทศเพื่อนบ้าน

นายภคพล กล่าวว่า ภายในบริเวณวัดเป็นป่ารกครึ้ม มีต้นไม้พะยูงขึ้นอยู่เท่าที่นับได้มี25ต้น ถูกคนร้ายลอบเข้ามาทางหลังวัด ซึ่งไม่มีรั้วรอบขอบชิดขโมยตัดไปแล้ว4ต้น เมื่อปีที่แล้ว มีนายหน้ามาติดต่อขอซื้อไม้พะยูงต้นนี้ในราคาถึง2.7ล้านบาท แต่ทางคณะกรรมการไม่ยอมขาย คนร้ายพยายามเข้ามาตัดหลายครั้งแต่ยังไม่สำเร็จ

ทางวัดจึงร่วมกับญาติโยมบริจาคเงินจำนวนหนึ่ง จ้างช่างมาทำรั้วเหล็กป้องกัน พร้อมทั้งเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน ไม้ต้นนี้มีราคาสูงมาก จึงเป็นที่หมายตาของขบวนการไม้พะยูง ทางวัดต้องการวงจรปิดไว้สังเกตการณ์ แต่ยังขาดปัจจัยอยู่มาก

ก่อนหน้าที่แก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติ จะไปบุกจี้หัวพระและแม่ชีที่วัดป่าแสงธรรมนั้น ไม่กี่วันได้ลักลอบตัดไม้ริมทางหลวงสายท่าดอกแก้ว-ศรีสงคราม บริเวณบ้านคำสะอาด ต.นาคำ ทั้งที่อยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น แต่เอาไปไม่ได้เพราะชาวบ้านตื่นขึ้นมาโวยวายจึงหลบหนีไป ทางตำรวจ สภ.ศรีสงคราม ได้ของกลางเป็นกระป๋องกาแฟสำเร็จรูปและเครื่องดื่มชูกำลังจำนวนหนึ่ง เชื่อว่าเป็นของกลุ่มคนร้ายแก๊งมอดไม้ จึงส่งให้กองวิทยาการตำรวจภูธรภาค4ตรวจดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐาน หากมีการจับกุมขบวนการแก๊งนี้ได้ ก็จะนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอดังกล่าว ต่อจากนั้นก็มีข่าวดังว่าคนร้ายคลุมหน้าเป็นไอ้โม่ง บุกปล้นไม้พะยูงที่วัดป่าแสงธรรม เชื่อน่าจะเป็นแก๊งเดียวกันที่ออกอาละวาดในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ในขณะนี้