วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จาก 'โตเกียว' ถึง 'ช็องจู' ผู้ว่าฯ vs ปธ.ไอโอซี

แม้จะสร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโลก ด้วยบทบาท “ซูเปอร์ มาริโอ” ของ ชินโสะ อาเบะ

 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในพิธีปิดการแข่งขัน ริโอ เกมส์ ที่ผ่านมา

แต่ดูเหมือนเส้นทางของ “โตเกียว 2020” ตลอด 4 ปีนับจากนี้ จะไม่ได้สวยงามเหมือนโรยกลีบกุหลาบ อย่างที่ฝ่ายจัดการแข่งขันคิดไว้...

ความหวังของญี่ปุ่น

โอลิมปิกครั้งที่ 2 ของกรุงโตเกียว ภายใต้สโลแกน Discover Tomorrow ถูกมองในฐานะโอกาสสำคัญ สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ “ธนูดอกที่ 4” ของนายกรัฐมนตรี อาเบะ หลังจากครั้งก่อน ในปี 2507 (ค.ศ. 1964) ประสบความสำเร็จในฐานะตัวจุดชนวนให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโต

ชาวญี่ปุ่นตั้งความหวังไว้กับโอกาสนี้ขนาดไหน เห็นได้จากภาพการโห่ร้องแสดงความยินดี เมื่อรับทราบผลว่าได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพ ในที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ณ กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา เมื่อ 8 ก.ย. 2556

 ในการเตรียมงานรับ โอลิมปิก 2020 กรุงโตเกียว ได้ตั้งงบประมาณเบื้องต้น ไว้ทั้งสิ้น 455,400 ล้านเยน (153,619 ล้านบาท) สำหรับสร้างสนามกีฬาใหม่ 11 แห่ง และปรับปรุงสนามกีฬาเดิม รวมถึงการสร้างหมู่บ้านนักกีฬาขึ้นใหม่ แต่ยังไม่ครอบคลุมงบประมาณในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลญี่ปุ่นในการจัดสรรงบประมาณ

มีการคำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจทั่วญี่ปุ่น สำหรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในครั้งนี้ ไว้ที่ราว 3 ล้านล้านเยน (ราว 1 ล้านล้านบาท) โดยคำนวณจากการก่อสร้างสนามกีฬาและหมู่บ้านนักกีฬา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและบริโภคของนักกีฬาและนักท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยไม่ครอบคลุมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ

ยังไม่นับเป้าหมายในการเปลี่ยนญี่ปุ่น ให้เป็นประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยมีการตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวในปีที่มีการแข่งขัน ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคน

นอกจากผลทางเศรษฐกิจ ยังมีด้านจิตใจ ในเรื่องความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตามที่ นาโอกิ อิโนเสะ ผู้ว่าฯกรุงโตเกียวคนก่อน กล่าวไว้

คำเตือน&ปัญหา

แต่อีกด้านของเหรียญ ก็มีการกล่าวถึงข้อควรระวัง ในการใช้โอลิมปิกกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเนื่องหลังการจัดงาน เพราะแนวทางนี้ มักนำไปสู่การสร้างอุปสงค์ที่มากเกิน

เพราะหลังจบงาน อาจเกิดภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองได้ เนื่องจากอุปสงค์จะมีปริมาณลดลงหลังจบงาน เหมือนที่ปรากฎกับสหราชอาณาจักร หลัง ลอนดอน 2012 ขณะที่ ริโอ เดอ จาเนโร ได้รับผลกระทบตั้งแต่เมื่อครั้งจัดฟุตบอลโลก 2014 จนมีปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อน โอลิมปิก 2016 จะเริ่มต้นด้วยซ้ำ

ที่หนักไปกว่านั้นคือ ยังไม่ทันเริ่มต้น คณะกรรมการจัดการแข่งขันก็มีโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ไขอีกนับไม่ถ้วน

สำนักข่าว “เกียวโด” รายงานว่า กรุงโตเกียว อาจต้องลงทุนมากกว่า 4-6 เท่า จากที่เคยประเมินไว้ในปี 2556 อันเป็นผลจากค่าวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น แม้จะมีการพยายามตัดทอนโครงการ และงบประมาณต่างๆ แล้ว เท่ากับว่าตัวเลขสุดท้าย อาจสูงถึง 3 ล้านล้านเยน (ราว 1 ล้านล้านบาท) หรือสูงกว่าที่ใช้ไปใน ลอนดอน เกมส์ 2012 กว่าหนึ่งเท่าตัว

งบประมาณที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้แผนดั้งเดิมที่ตั้งใจให้สนามแข่งขันส่วนใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนักกีฬา เกิน 8 กม. ต้องพับไป สนามแข่งขันจักรยานถูกย้ายไปแข่งขันในจังหวัดชิซุโอะกะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปราว 200 กม. เช่นเดียวกับ การปรับเปลี่ยนดีไซน์ของสนามกีฬาแห่งชาติ สถานที่สำหรับพิธีเปิดและปิดการแข่งขันใหม่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายลง

1,100 กิโลเมตร

ยูริโกะ โคอิเคะ ผู้ว่าฯกรุงโตเกียวคนปัจจุบัน ขอให้มีการทบทวนเรื่องงบประมาณอีกครั้ง โดยเปลี่ยนแปลงสถานที่แข่งขันเพิ่มเติมอีกสามแห่ง เพื่อลดค่าใช้จ่ายลง โดยได้รับเสียงสนับสนุนถึงร้อยละ 78 จากการสำรวจโดย อาซาฮี โพล และ 3 ประเภทกีฬาที่ได้รับผลกระทบคือ วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ เรือพาย และแคนู/คายัค

ในกรณีของเรือพาย แคนู/คายัค ดูจะเป็นปัญหาพอสมควร เมื่อ โคอิเคะ เสนอให้ใช้งานสถานที่ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้วแทนการสร้างใหม่ ปัญหาคือสนามดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวออกไป 400 กม. ซึ่งขัดกับความต้องการของ ไอโอซี และสหพันธ์เรือพายนานาชาติ

ประเด็นที่น่าสนใจ คือหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ ในโปรเจ็กต์ “ซี ฟอเรสต์ วอเตอร์เวย์” ทาง ไอโอซี นำโดยประธาน โธมัส บาค ก็พร้อมย้ายการแข่งขันเรือพาย แคนู/คายัค ไปใช้ เมืองช็องจู ในเกาหลีใต้ ซึ่งเคยจัดกีฬาชนิดนี้ใน เอเชียนเกมส์ 2014 แทน

ด้านโฆษกคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฮิคาริโกะ โอโนะ เผยว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังยืนกรานว่า ซี ฟอเรสต์ วอเตอร์เวย์ คือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ปัญหาคือ ทางคณะกรรมการฯจะทำอย่างไรเพื่อโน้มน้าวให้ โคอิเคะ เห็นดีเห็นงามด้วย

ก่อน “โตเกียว 2020” จะถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ด้วยการแข่งขันกีฬา ณ เมืองที่ห่างออกไป 1,100 กิโลเมตร และไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่น...