กทม.เสริมเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำ 3 จุดเสี่ยงรอยต่อกทม.-ปริมณฑล คาดปลายเดือนนี้หมดฝน พร้อมรับมือน้ำทะเลหนุน
นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในรายการกรองข่าววันเสาร์ ถึงการแก้ปัญหาการระบายยน้ำในจุดอ่อนของกทม.ว่า ทุกจุดมีความคืบหน้าไปมากโดยเฉพาะรอยต่อกับปริมฑล เช่น ย่านแบริ่ง รอยต่อกทม.-สมุทรปราการ อนุสรณ์สานดอนเมือง รอยต่อกทม.-ปทุมธานี. และงามวงศ์วาน รอยต่อกทม.-นนทบุรี. ซึ่งบริเวณแบริ่งมีการเพิ่มเครื่องสูบน้ำลงคลองบางนาและขยายท่อระบายน้ำ สามารถระบายน้ำเพิ่ม 5 ลบ.ม.ต่อวินาที เดิมน้ำท่วมขังนาน 5-6 ชม. ปัจจุบันสามารถระบายน้ำไก้ภายในเวลา 2 ชม.ในจุดอนุสรณ์สถาน จ.ปทุมฯช่วยผลักน้ำอกจากคลองเปรมประชากรและเก็บขยะที่กีดขวางการระบายน้ำ จนเร่งการระบายน้ำลงคลองบางเขนได้ 50 ลบ.ต่อวินาที ส่วนในจุดงามวงศ์วานที่บ้านเรือนจะสูบน้ำออกสู่ถนน กทม.ได้เข้าไปทำความตกลงในเรื่องการระบายน้ำ เพื่อดึงน้ำออกจากระบบหมู่บ้าน ก่อนฝนตก 2 ชม.
นายอมร กล่าวอีกว่า คาดการณ์ว่าในวันที่ 12-13 อาจมีพายุก่อตัวขึ้นอีก จากนั้นในช่วงปลายเดือนต.ค. ร่องความกดอากาศสูงจะลดกำลังเหลือเพียงฝนปลายฤดูกาล . ส่วนเรื่องน้ำทะเลหนุนกทม.ทำแนวกั้นน้ำสูง 2.8 -3.5 เมตรเชื่อว่าสามาถป้องกันได้เพราะน้ำเจ้าพระยาไม่สูงเกิน 2 เมตร เว้นแต่ช่วงที่เป็นฟันหลอ ซึ่งกทม.ได้เตรียมกระสอบทราย 4 ล้านใบ สำหรับพื้นทีาก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ เกียกกาย มีการทำลายคันกั้นน้ำของกทม.ไป 3 จุด เขตดุสิตประสานผู้รับเหมาให้ทำผนังกั้นน้ำที่แข็งแรงในระดับความสูง 3 เมตรแล้ว สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว รัฐบาลอนุมัติ งบฯ 2,000 ล้านบาท ก่อสร้างระบบท่อ. เชื่อว้าภายในอีก 2 ปีจะสามารถระบายน้ำจากถนนลงท่อระบายน้ำให้ลงสู่ลำคลองและแม่น้ำได้อย่างรวดเร็ว





