วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบแก๊งขโมยรถ ส่งขายข้ามโขง หาเงินเที่ยวออกพรรษา

รวบแก๊งขโมยรถส่งขายข้ามโขง อ้างได้ค่าจ้างส่งรถครั้งละ 500-1,000 บาท หาเงินเที่ยวออกพรรษา

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 59 พ.ต.อ.ธานัท จิราธนะกุล ผกก.สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม รับแจ้งว่ามีรถจักรยานยนต์หาย2คัน ในงานคอนเสิร์ต ประเพณีแข่งขันเรือยาวประจำอำเภอริมฝั่งแม่น้ำโขง วัดพระธาตุท่าอุเทน จึงได้สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาประชุมด่วนกลางดึก พร้อมสั่งสายสืบเร่งหาข่าวและติดตามจับกุมคนร้ายที่ลักรถจักรยานยนต์ไปมาดำเนินคดีให้ได้

เมื่อเวลา 01.10 น.วันที่ 6 ต.ค.59 พ.ต.ท.ฌานนท์ เนื่องกัลยา รอง ผกก.สส.สภ.ท่าอุเทน หัวหน้าชุดสืบสวน พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ110 ไอ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กจ3403 นครพนม ซึ่งเป็นรถคันที่เจ้าของแจ้งหายไว้ บนบริเวณทางหลวงแผ่นดิน 212 บ้านคำพอก ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน โดยมีชายวัยรุ่นกำลังขับขี่อยู่ จึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวทราบชื่อ นายโตโต้ (นามสมมุติ) ชาวอ.บ้านแพง จ.นครพนม จากการสอบสวนนายโตโต้สารภาพ ว่าเป็นหนึ่งในขบวนการแก๊งขโมยรถจักรยานยนต์ข้ามชาติ มีหน้าที่ขับรถไปจอดยังจุดนัดหมาย โดยจะมีคนมารับช่วงต่อ ได้ค่าตอบแทนครั้งละ 500-1,000 บาท เพื่อหาเงินเที่ยวออกพรรษา เจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้นายโตโต้โทรหาเพื่อนร่วมแก๊ง โดยอ้างว่ารถน้ำมันหมดกลางทาง ที่หน้าโรงเรียนอุเทนวิทยาคารใกล้กับวัดพระธาตุท่าอุเทน

กระทั่งเวลา 01.30 น. พบคนร้ายสองคนทราบภายหลังว่าชื่อ นายสมรักษ์ พรมวงษา อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 27/1 หมู่9บ้านโคกสว่าง ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน ซึ่งทำหน้าที่ใช้เท้าถีบปลดล็อคคอรถและต่อสายตรง และ นาย กิ้ว อายุ 17 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว พร้อมตรวจค้นตัวนายสมรักษ์่พบอาวุธ ปืนพกสั้นในกระเป๋าของนายกิ้ว ซึ่งทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ไปยังจุดนัดหมาย

จากการสอบสวนขยายผล นายกิ้ว (นามสมมุติ) ทราบว่า ยังมีรถอีกหนึ่งคันที่ขับไปจอดทิ้งไว้ในสวนยางพารา บ้านพะทาย - บ้านโคกสว่าง เจ้าหน้าที่จึงให้พาไปยังจุดดังกล่าว พบรถจักรยานยนต์ สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของนายสุรชัย จันทุลาง ชาวบ้านในเขตอ.โพนสวรรค์ ที่แจ้งหายเอาไว้เจ้าหน้าที่จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งสาม ไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ส่วนนายกิ้วเยาวชนถูกแจ้งข้อหาเพิ่มมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

กรณีช่วงใกล้เทศกาลไหลเรือไฟของจ.นครพนม พบว่าแก๊งลักรถ จักรยานยนต์ออกอาละวาดหนัก โดยจะขโมยรถตามงานแข่งขันเรือยาวประจำตำบลหรืออำเภอ จากนั้นนำส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน นำเงินมาเที่ยวเตร่ ซื้อยาบ้ามาเสพ ซึ่งนายสมรักษ์ เป็นหัวหน้า เมื่อปี 58เคยถูกจับดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน แต่สู้คดีในชั้นศาลหลุด จึงเกิดความเหิมเกริมชวนพรรคพวกออกอาละวาดอีก แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ซ้อนแผนรวบตัวได้ยกแก๊ง