The Inside Line : ขอบเขตของคำว่าโด๊ป (2)

ในโลกของนักจักรยานอาชีพ มีนักกีฬาน้อยคนที่จะทำผลงานได้ในระดับเดียวกับ เซอร์ แบรดลีย์ วิกกินส์
เขาคือนักกีฬาอังกฤษ ที่มีเหรียญรางวัลโอลิมปิกเยอะที่สุดในประเทศ ได้แชมป์หรือได้เหรียญทอง ในการแข่งจักรยานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งประเภทลู่ การทำลายสถิติโลกปั่นชั่วโมงเดียว (Hour Record) การแข่งจักรยานถนนแบบสเตจเรซ รวมทั้งรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในวงการ - แชมป์สนาม ตูร์ เดอ ฟรองซ์
มันเลยเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ข่าวการใช้สารต้องห้าม (อย่างถูกกฏหมาย) ของเขากำลังเป็นประเด็นใหญ่ของวงการ ในปีสุดท้ายของการเป็นนักปั่นอาชีพของวิกกินส์
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมอธิบายถึงที่มาที่ไปของดรามาการใช้สารต้องห้าม เพื่อการรักษาอาการเจ็บป่วย (Therapeurtic Use Exemption) สารส่วนใหญ่ที่ใช้มักมีผลเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายของนักกีฬา มันเลยโดนแบนห้ามใช้ตั้งแต่แรก
วิกกินส์ ขอใช้สารต้องห้ามก่อนการแข่งระดับแกรนด์ทัวร์ถึงสามครั้ง สารหรือยาที่เขาขอคือ ไตรแอมซิโนโลน ยาแก้ภูมิแพ้ที่มีส่วนประกอบของ คอร์ติโคสสเตียรอยด์ ที่สามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนัก เพิ่มศักยภาพการฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่อักเสบ และมันจะได้ผลชะงัดนักเมื่อฉีดเข้ากล้ามเนื้อโดยตรง ก่อนการแข่งขันที่สำคัญที่สุดในฤดูกาล…ใช่แล้วครับ วิกกินส์ทำสิ่งที่ว่ามาทั้งหมด มันถูกกฏ และมันเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับวงการ
จริงว่า วิกกินส์ ดักคอนักวิจารณ์ด้วยการโชว์ผลการตรวจร่างกาย ว่าเขาเป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรังมาตลอดชีวิต และการขอใช้ยาต้องห้ามก็เป็นไปเพื่อการรักษา โดยไม่มีเจตนาจะโกงการแข่งขัน แต่เมื่ออ่านความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนที่ออกมายืนยันในทำนองเดียวกันว่า วิกกินส์ ใช้ยาแรงเกินความจำเป็น และวิธีใช้ยาก็ดูสุ่มเสี่ยงไปในทางการโด๊ปเสียมากกว่าการรักษา มันก็อดคิดไม่ได้ว่านั่นคือเจตนาของทีมแต่แรกหรือเปล่า?
ทั้งนี้ จะกล่าวหาทีม Sky ทั้งหมดก็ไม่ถูก เพราะกระบวนการขอ TUE นั้น ต้องผ่านทั้งสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) และองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) ซึ่งถ้าทั้งสององค์กรรัดกุมพอ ก็ไม่ควรจะอนุมัติการใช้ TUE ให้วิกกินส์แต่แรก
ว่ากันตามเนื้อผ้า ทีม Sky หาวิธีที่จะใช้สารต้องห้ามมานับสิบๆ ปีได้อย่างถูกกฏหมาย นักปั่นและแชมป์จำนวนมากเคยสารภาพว่าใช้ ไตรแอมซิโนโลน ทั้งในและนอกการแข่งขัน เพื่อตั้งใจลดน้ำหนัก และให้ทนต่ออาหารเหนื่อยล้า หรือบาดเจ็บได้ดีขึ้น ระหว่างสนามแข่งสำคัญ
จริงว่า ไตรแอมซิโนโลน ไม่ได้ช่วยให้คุณเปลี่ยนร่างจากโดเมสติกเกรด B ไปเป็นตัวเต็งแชมป์แกรนด์ทัวร์ได้ในเข็มเดียว แต่มันก็ทำให้คุณได้เปรียบไม่น้อย เรื่องที่นักปั่นกังวลที่สุดคือน้ำหนักตัว เพราะมีผลต่อการแพ้ชนะมากกว่าสิ่งอื่นๆ ทั้งหมด ยิ่งคุณตัวเบาก็ยิ่งได้เปรียบในการปั่นขึ้นเขา และสนามแข่งส่วนใหญ่ก็ตัดสินกันช่วงทางขึ้นเขาเกือบทั้งหมด
เราไม่มีทางรู้ว่า ไตรแอมซิโนโลน แบบฉีดที่ วิกกินส์ รับไปก่อนการแข่งทั้งสามครั้ง จะช่วยให้เขาได้เปรียบคู่แข่งขนาดไหน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ มันทำให้นักปั่นอีกหลายคน เห็นถึงแนวทางในการเอาเปรียบคู่แข่งอย่างถูกกฏ ว่ากันตามตรง กระบวนการขอและอนุมัติ TUE ในวงการจักรยานยังจัดว่าล้าหลัง และแพทย์ที่อนุมัติ ทั้งในทีมของนักปั่นและคณะกรรมการกลางก็ยังดูไม่มีมาตรฐานที่น่าพอใจ
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้านักปั่นคนอื่นๆ เริ่มอ้างว่ามีอาการภูมิแพ้เช่นกัน หรือบางคนที่เป็นภูมิแพ้จริงๆ แต่ไม่ได้มีผลกับการแข่งของเขามาก เห็นช่องทางการเพิ่มศักยภาพด้วยการขอใช้สารต้องห้ามผ่านระบบ TUE?
ทีม Sky ทำถูกต้องตามกฏ และ เซอร์ วิกกินส์ ก็มีเหตุผลที่ดีพอที่จะขอใช้ TUE จริงว่ามันถูกกฏหมายแต่อาจจะไม่ถูกเจตนารมณ์ของกฏหมาย และเมื่อทีมอื่นเริ่มมองเห็นถึงช่องโหว่นี้แล้ว วงการจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง?
นักปั่นหลายคนสนับสนุนการเปิดเผย TUE ให้เป็นข้อมูลสาธารณะทั้งหมด เพราะหากมีสายตาตรวจสอบมากกว่าแค่คณะกรรมการและทีมของผู้ขอ บางทีมันอาจจะจับเจตนาการขอใช้ได้ชัดเจน และง่ายกว่าทำอะไรอยู่หลังบ้านลับๆ ล่อๆ เหมือนที่เกิดขึ้นตอนนี้ครับ







