วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

100ปีจุฬาฯเปิดตัว 'ตะขาบน้ำตก' ชนิดใหม่ของโลก

จุฬาฯ ฉลอง 100 ปี โชว์ 100 การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย เปิดตัว "ตะขาบน้ำตก" ชนิดใหม่ของโลก กิ้งกือ ไส้เดือน หอยทากบก

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.59 ที่โรงแรมสุโกศล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) แถลงข่าว “100 ปี จุฬาฯ 100 การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย และความร่วมมืออาเซียนเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขุมทรัพย์ชีวภาพแห่งภูมิภาค” โดยมีศ. ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่าตามที่จุฬาฯ ได้ประกาศเป็นเสาหลักของแผ่นดินและมีนโยบายยุทธศาสตร์การสร้างทรัพย์สินทางปัญญาจากงานวิจัยสู่ spin-off เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในภาคอุตสาหกรรม และพัฒนาสังคม ทั้งนี้ ที่ผ่านมา จุฬาฯ ได้พยายามการส่งเสริมให้งานวิจัยสามารถต่อยอดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ภายใต้แนวคิดหลัก 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ 1. อาจารย์ นิสิต ต้องสร้างงานวิจัยบนพื้นฐานความรู้ที่มีอยู่เดิม 2. งานวิจัยเชิงวิชาการต้องเป็นหัวข้อวิจัยที่สามารถผลิตเป็นผลจริง ตอบโจทย์ในอนาคต และ3.ต้องเป็นงานวิจัยที่เกิดขึ้นในเมืองไทยและขยายผลไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆทั่วโลก เพื่อเป็นการเสริมประเทศให้มีความแข็งแกร่ง ซึ่งผลงานวิจัยของ ศ ดร. สมศักดิ์ ปัญหา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทแมติกส์ของสัตว์ ได้แสดงให้เห็นเด่นชัดแล้วว่าสามารถนำไปสู่เป้าประสงค์ดังกล่าวได้ ดังนั้น โอกาสแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยครบ 100 ปี จุฬาฯ จะมุ่งมั่งสร้างความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย ในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ สปป.ลาว เมียนมาร์ หรือประเทศอื่นๆ มากขึ้น เพราะเราถือคติว่าอยากจะไปเร็วต้องไปคนเดียว แต่ถ้าจะไปไกลต้องไปด้วยกัน

ศ.ดร. สมศักดิ์ ปัญหา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทแมติกส์ของสัตว์ กล่าวว่า คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะงานทางอนุกรมวิธานที่เป็นพื้นฐานของการวิเคราะห์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็น “ขุมทรัพย์แห่งชาติ” ที่นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในเชิงการอนุรักษ์ และฐานสำคัญของ “ธุรกิจชีวภาพ Bio-economy” ที่ผ่านมาตนได้ค้นพบสายพันธุ์หอยทากมากมายหลายร้อยสายพันธุ์ในประเทศ และต่างประเทศ และมากกว่า 70 สายพันธุ์ที่พบว่าเป็นชนิดใหม่ของโลก และเมื่อปี พ.ศ. 2545 ได้ขยายงานวิจัยด้วยโครงการวิจัย ความหลากหลายทางชีวภาพของกิ้งกือ ไส้เดือน และตะขาบ” ได้ค้นพบสายพันธุ์ใหม่และสายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ จนมีผลงานตีพิมพ์และได้รับรางวัลต่างๆ จำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังเกิดความร่วมมือกับนักวิจัยในอาเซียน เพื่อการศึกษาสายพันธุ์ของทรัพยากรชีวภาพของภูมิภาค เพื่อตอบโจทย์ทางการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกถึง 245 ชนิด แบ่งเป็นหอยทากบก 121 ชนิด กิ้งกือ 76 ชนิด ไส้เดือน 45ชนิด และตะขาบ 3 ชนิด ทำให้ภาพของความหลากหลายทางชีวภาพชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับการวิจัยและพัฒนาในเวลาต่อมา ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง SNAIL 8 ภายใต้บริษัท SIAM SNAIL และการผลิตสายพันธุ์ไส้เดือนดินสายพันธุ์ไทย และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ยืนยันถึงมูลค่ามหาศาลของความหลากหลายทางชีวภาพของไทย ที่จะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างสูงให้แก่ประเทศได้หลุดพ้นกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และยิ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้ร่วมมือกันกับประเทศในอาเซียน

“ขณะนี้ได้มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่เคยได้รายงานมาก่อน ซึ่งถือเป็น highlight ของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียน อาทิ ตะขาบชนิดใหม่ของโลก คือ ตะขาบน้ำตก พบได้ที่ ลาว เวียดนาม และไทยพบที่เขาสก จ.สุราษฏร์ธานี ,กิ้งกือมังกร ,กิ้งกือกระสุน ,กิ้งกือตะเข็บ, และไส้เดือน อีก 7 ชนิด นอกจากนั้น คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้รวบรวมบัญชีราบการสปีชี่ส์ของหอยทางบก กิ้งกือ ไส้เดือน และตะขาบที่ค้นพบใหม่ในประเทศไทยดังนี้ หอยทากบก พบแล้วมากกว่า 574 ชนิด เป็นชนิดใหม่ 121 ชนิด 5 สกุลใหม่ และ 1 วงศ์ใหม่ แบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือหอยพื้นดิน หอยต้นไม้ หอยถ้ำ และหอยทากป่าชายเลน , ไส้เดือน พบแล้วมากกว่า 80 ชนิด เป็นไส้เดือนชนิดใหม่ของโลกถึง 45 ชนิด จากการศึกษาของทางหน่วยวิจัยพบว่า สามารถแบ่งไส้เดือนในประเทศไทยออกเป็น 4 ประเภทคือ ไส้เดือนดิน ไส้เดือนสะเทิน ไส้เดือนชายหาด และไส้เดือนจิ๋ว ,กิ้งกือ พบแล้วทั้งสิ้น 193 ชนิด เป็นชนิดใหม่ของโลกถึง 76 ชนิด และตั้งสกุลใหม่ 5 สกุล แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ กิ้งกือกระบอก กิ้งกือหลังแบน และกิ้งกือกระสุน และตะขาบ พบแล้วทั้งสิ้น 47 ชนิด เป็นชนิดใหม่ของโลก 3 ชนิด อยู่ระหว่างการเสนอเป็นชนิดใหม่อีก 2 ชนิด แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ ตะขาบบ้าน ตะขาบดิน ตะขาบหิน และตะขาบขายาว”ศ.ดร.สมศักดิ์ กล่าว

ศ.ดร. ธีรยุทธ์ วิไลวัลย์ รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชนได้ ซึ่งต่างได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีทั้งจากจุฬาฯ ภาครัฐหลายหน่วยงาน รวมถึงภาคเอกชนหลายแห่งที่เข้ามาร่วมสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้นเพื่อให้ผลงานวิจัยไทยลงจากหิ้งไปสู่ห้าง อย่างไรก็ตาม การนำเสนองานวิจัยครั้งนี้ จะเป็นการจุดประกายให้คนหันมาสนใจงานด้านวิทยาศาสตร์ และใช้นวัตกรรมและวิทยาศาสตร์สร้างชาติต่อไป

รศ.ดร. สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. กล่าวว่า สกว. เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดงานวิจัยพื้นฐาน และนำผลงานวิจัยไปสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมและสู่ภาคการผลิตที่มีคุณภาพ สร้างผลกระทบสูงต่อภาคธุรกิจของประเทศ ขณะเดียวกัน ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการปฎิรูประบบการวิจัยของประเทศเพื่อให้เกิดการสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ และเป็นงานวิจัยทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ดังนั้น ผลงานวิจัยต้องนำไปสู่การใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงวิชาการ และเชิงพาณิชย์ เพื่อต่อยออดและเพิ่มมูลค่าการผลิตได้

นายบุญไช จันทร์สีนา ที่ปรึกษาด้านการศึกษาและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งอีกครั้งสำหรับประเทศ สปป. ลาว ที่ได้มีโอกาสสร้างความร่วมมือทางด้านการวิจัย โดยเฉพาะศ. ดร. สมศักดิ์ ปัญหาที่ได้สร้างสะพานแห่งมิตรภาพเชื่อมโยงประเทศทั้งสอง ด้วยการรับนายคำหล้า อินคะวิไล เข้าศึกษาระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต และได้ทำวิจัยเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับนักวิจัยจากประเทศไทย ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ ของลาวเช่นกัน ทั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการเชื่อมต่อทางด้านการศึกษาวิจัย ไปยังด้านเศรษฐกิจ และกระชับความสัมพันธ์ของสองประเทศให้แน่นเฟ้นยิ่งขึ้น กระผมได้รับรายงานการวิจัยที่โดดเด่นจากนายคำหล้า อินคะวิไลที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจะกลับไปเป็นอาจารย์นักวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ได้เริ่มสร้างแผนงานวิจัยในอนาคตกับศ.ดร. สมศักดิ์ ปัญหาแล้ว จึงเห็นได้ว่าทั้งสองประเทศจะได้สร้างความเป็นปึกแผ่นทางด้านเศรษฐกิจร่วมกันภายใต้การศึกษาวิจัยดังกล่าว