วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญาติร่ำไห้ฝังร่าง 15 ศพเรือล่ม ยังสูญหายอีกนับสิบ

ญาติร่ำไห้ฝังร่าง 15 ศพเรือล่ม ยังสูญหายอีกนับสิบ คาดยังหาไม่เจออีกนับสิบ ผวจ.สั่งปิดลำน้ำค้นหา กู้เรือ มอบเงินเยียวยาเบื้องต้นรายละ 5 พัน

จากกรณีเรือท่องเที่ยวสองชั้น บรรทุกชาวไทยอิสลามล่องมาตามลำน้ำเจ้าพระยา กลับจากร่วมทำบุญประกอบพิธีทางวัฒนธรรมชุมชน ที่มัสยิดตะเกี่ย ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรี อยุธยา แล้วเกิดชนกับเสาเข็มกันเขื่อนหน้าวัดสนามไชย ม.7 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้เรือจมลงอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ผู้โดยสารบนเรือประมาณ 150 คน กระโดดหนีตายกันอลหม่าน โดยมีผู้บาดเจ็บถึง 46 คน แต่รักษาตัวที่รพ.พระนครศรีอยุธยาจำนวน 15 ราย และผู้เสียชีวิตล่าสุดจำนวน 16 รายตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่19ก.ย.ที่บริเวณกุโบฝังศพบ้านคลองครูจาม ม.7 ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นนสถานทีฝังศพจากสามมัสยิดใน ต.สำเภาล่ม ได้มีพี่น้องชาวไทยอิสลามจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายได้มาช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังศพผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือล่ม และส่วนใหญ่ผู้ที่มาขุดหลุมครั้งนี้จะเป็นญาติพี่น้องกัน โดยสีหน้าของทุกคนยังเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจที่ต้องมาขุดหลุมฝังศพญาติๆตนเอง เบื้องต้นได้ขุดหลุมทั้งหมด 14 หลุมรอบบริเวณกุโบ และกำหนดประกอบพิธีในช่วยบ่ายวันเดียวกันให้เสร็จสิ้นทั้งหมด ตามประเพณี

ขณะเดียวกันที่มัสยิดอาลียินนูรอยน์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกุโบฝังศพ ได้มีการชำระร่างและประกอบพิธีเตรียมร่างผู้เสียชีวิตด้วยการคลุมผ้าขาววางร่างเอาไว้บนโต๊ะเครื่องตั้งมีญาติพี่น้องมาคอยเฝ้าอย่างใกล้ชิด ส่วนใหญ่ยังคงร้องไห้เสียใจเนื่องจากทำใจไม่ได้ โดยในเช้าวันเดียวกันนี้ ว่าที่ ร.ต.อภินันท์ เผือกผ่อง ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวิชยพร ชัยวัฒนะ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้นำเงินช่วยเหลือเบื้องต้นมามอบให้กับตัวแทนผู้เสียชีวิต โดยเป็นเงินของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จำนวนรายละ 2 พันบาท และเงินของเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกรายละ 3 พันบาท

นายจักกฤษณ์ เส้นขาว อิหม่ามประจำมัสยิดอาลิยนนูรอยน์ เปิดเผยว่าการสูญเสียครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งของพี่น้องชาวไทยอิสลามในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และส่วนใหญ่ก็เป็นพี่น้องลูกหลานของตน ทั้งนี้เชื่อว่าสาเหตุหลักคือคนขับไม่ชำนาญทาง ไม่รู้ว่าตรงนั้นอันตราย ที่สำคัญทางเจ้าท่าไม่ได้มีการทำทุ่นแสดงสัญญลักษณ์จุดอันตรายสำหรับเรือไว้ อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเปิดขึ้นแล้ว หลังจากนี้ไปสามวันก็จะมีการทำบุญให้กับผู้เสียชีวิต ส่วนเรื่องการดำเนินการทางศาสนานี้ทางมัสยิดจะดูแลเป็นเจ้าภาพทั้งหมด

นางสายทอง บุญหลัก อายุ 54 ปี เปิดเผยว่าตนอยู่ในเรือที่เกิดเหตุชั้นล่างนั่งอยู่กับลูกสาวอายุ 16 ปี ส่วนสามีอยู่อีกส่วนของเรือ หลังจากเรือประสบเหตุแล้วก็จมลงอย่างรวดเร็ว แต่ตนยังสามารถเกาะลูกกรงข้างเรือด้านที่ชนเอาไว้ได้ เนื่องจากไม่จมทั้งหมด ส่วนลูกสาวหมดแรงจมลง มือตนยังเกาะลูกสาวเอาไว้ตลอดเวลา จนกระทั่งลูกสาวเสียชีวิต รู้สึกเสียใจมาก

นายสมชาย มะหะหมัด กรรมการมัสยิดฯ เปิดเผยว่าตนโดยสารมากับเรือดังกล่าวอยู่ที่ชั้นบน และเป็นผู้ดูแลคนทั้งหมดบนเรือ ระหว่างเกิดเหตุพยายามให้ทุกคนนั่งลง แต่เรือจมลงเร็วมากจนหยุดนิ่งเนื่องจากข้างกาบเรือเกยอยู่กับแนวเขื่อน จึงพยายามมองหาญาติพี่น้อง แต่ก็เห็นทุกคนพยามที่จะกระโดดขึ้นฝั่ง ซึ่งหลายคนก็จมลงไปต่อหน้าต่อตา แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง

ต่อมานายประยูร รัตนเสนีย์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา รองผวจ. และนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางไปติดตามความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหาย และการกู้เรือที่หน้าวัดสนามไชย โดยมีการหารือร่วมกับ พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภจว.พระนครศรีอยุธยา ถึงการรับแจ้งผู้สูญหาย และเรื่องของทรัพย์สิน รวมถึงแนวทางการกู้เรือซึ่งขณะนี้ทางผวจ.สั่งให้มีการชะลอการระบายน้ำ เพื่อลดความแรงและได้สั่งให้ปิดเส้นทางการจราจรทางน้ำบริเวณดังกล่าว เพื่อทำการกู้เรือและค้นหาศพ โดยล่าสุดการค้นหาศพได้มีการขยายวงออกไปห่างจากจุดเกิดเหตุ 5 ก.ม.ไล่มาจนถึงตัวเรือ แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนในตัวเรือที่คาดว่ายังมีผู้ติดอยู่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีจำนวนเท่าใด แต่ยังมีการแจ้งผู้สูญหายมากถึง 15 ราย

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้อยู่ที่ 15 ราย ส่วนคนขับเรือขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวดำเนินคดีข้อหากระทำการประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและกระทำการประมาททำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บร่ายกายและกระทบจิตใจ โดยยังควบคุมตัวไม่ให้ประกัน

ด้านนายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการภูมิภาค สาขาอยุธยา กรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ได้ทำการตรวจสอบแล้วเรือลำดังกล่าวทำผิดการเดินเรือ3ข้อหาคือเรือบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าราชการกำหนด ไม่ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ และใบประกาศนียบัตรผู้ทำการเดินเรือหมดอายุ ซึ่งจะมีการพิจารณาดำเนินการกับผู้ประกอบการตามกฎหมาย