กองปราบ บุกค้นร้านหมูกระทะ อ.กบินทร์บุรี ยึดอาวุธปืน-ระเบิด กระสุนอื้อ
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 17 ก.ย.2559 พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป.และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กบ.ป. จำนวน 15 นาย นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 67/1 ม.1 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ริมถนนหลวงหมายเลข 304 หลังสืบทราบว่าสถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่กักเก็บอาวุธปืนและเครื่องกระสุนเพื่อรอการจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในท้องที่ ตามนโยบายกวาดล้างผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
จากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวถูกสร้างเป็นร้านหมูกระทะเรือนปันหยา ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 200 ตารางวา บริเวณด้านหลังร้านเป็นห้องพักอยู่อาศัยและห้องพักพนักงาน มีนางรุ่งนภา สื่อกลาง อายุ 41 ปี ชาว จ.นครราชสีมา แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน อาศัยอยู่ร่วมกับนายพงศธร สุขมี อายุ 20 ปี บุตรชาย และลูกสะใภ้กับหลานชายวัย2เดือนรวมถึงพนักงานร้านหมูกระทะอีก 2 คน ทั้งนี้จากการตรวจค้นภายในห้องพักต่างๆพบ อาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก ระเบิดควัน 2 ลูก ซองใส่กระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 ซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนเอ็ม 16 และขนาดอื่นๆอีกรวมกว่า 50 นัดซึ่งของกลางทั้งหมดถูกซุกซ่อนกระจัดกระจายอยู่ตามห้องพักต่างๆโดยมีนายนายพงศธรบุตรชายเจ้าของร้านแสดงตัวเป็นผู้ครอบครองอาวุธของกลางทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ
จากการสอบสวน นายพงศธร ให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง โดยตั้งใจเก็บไว้เพื่อป้องกันตัวเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาตนได้มีปัญหาทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นค้ายาเสพติดในพื้นที่ก่อนที่ต่อมาไม่นานจะมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าร้านแล้วใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าในร้านแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกนั้น ตนได้รับซื้อต่อมาจากวัยรุ่นในพื้นที่อีกที ส่วนแม็กกาซีนหรือซองบรรจุกระสุนปืนเอ็ม 16 ทั้ง 2 ซองพร้อมเครื่องกระสุนขนาดเดียวกันนั้น ตนได้รับซื้อต่อมาจากนายแบงค์เพื่อนสนิท ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ โดยซื้อต่อมาในราคา 500 บาท เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ก่อนที่ภรรยาจะคลอดบุตรชายได้ไม่นาน โดยตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้เพื่อขายต่อให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ขณะที่ระเบิดควันจำนวน 2 ลูกนั้นตนเองตั้งใจว่า จะเก็บสะสมไว้ต้ังโชว์เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนานำไปใช้ก่อเหตุ ส่วนมารดาตนเองนั้น ไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนดังกล่าวแต่อย่างใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “มีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”แก่นายพงศธรก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





