ดราม่า "เจ้าหลง" ชาวบ้านไม่พอใจสื่อ พร้อมวอนหยุดรบกวนหมา ขอให้เป็นเรื่องของชาวบ้านจัดการกันเอง
ผู้สื่อข่าวได้เข้าสังเกตุการณ์ ไอ้หลง บริเวณถนนสุขุมวิท สายจันทบุรี-ตราด หลัก กม.345/100 – 345/200 ใกล้กับโค้งบ้านหนองขอน ม.1 ต.คมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังจากเป็นกระแสดราม่า ในโลกโซเชียล วิพากย์วิจารณ์การทำงานของ จนท.สนง.ปศุสัตว์ ในการยิงยาสลบว่าทำเกินกว่าเหตุ ไม่เว้นแม้แต่การทำงานของสื่อมวลชนในการนำเสนอเรื่องราว รวมไปถึงผู้ที่มาแวะเวียนเยี่ยมเยียนดู ไอ้หลง สุนัขรอนาย จนชาวบ้านกลัวว่าจะทำให้พฤติกรรมของ ไอ้หลง เปลี่ยนไป
ทั้งนี้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ก.ย. 2559 ชุดยิงยาสลบได้เข้าทำการสังเกตุพฤติกรรมของ ไอ้หลง ก่อนจะรอเวลาจนเหมาะสมทำการยิงยาสลบ ในช่วงที่ประชาชนถอยห่าง โดยลูกดอกยาสลบนัดแรก ยิงเข้าที่บริเวณสะโพก ขณะที่ ไอ้หลง เผลอเดินอยู่ในร่องกลางถนน ก่อนจะทำให้ตกใจ กระโดดวิ่งข้ามถนนหนีหายเข้าไปในป่าข้างทาง ต่อมาทาง จนท.ได้ขอกำลังทหาร กู้ภัยฯ ร่วมกับชาวบ้าน ช่วยกันออกค้นหา จนมาพบอยู่ในป่าข้างทาง ในอาการเมายา ทันทีที่เห็นคนเดินตาม จึงได้วิ่งข้ามถนนหลบเข้าไปในสวนผลไม้อีกฝั่ง ทาง จนท.จึงได้ยิงยาสลบเข็มที่ 2 เข้าที่ลำตัว ส่งผลทำให้ ไอ้หลง วิ่งเตลิดข้ามถนนหนีหายเข้าไปในป่ารกร้าง จนกระทั่งหายไปในที่สุด แม้จะมีการระดมกำลัง จนท.จากหลายหน่วยงานเข้าค้นหาแต่ไม่เป็นผล เนื่องจากเป็นช่วงค่ำจึงยกเลิกไปในที่สุด
หลังจากการทำงานของ จนท.เสร็จสิ้น จึงเกิดเป็นกระแสทันทีในโลกโซเชียล มีการแสดงความคิิดเห็นถึงการกระทำดังกล่าวว่า เกินกว่าเหตุ รวมไปถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสื่อมวลชน ในการนำเสนอเรื่องราวที่คนรักสุนัข ทั่วทั้งประเทศให้ความสนใจ โดยชาวบ้านหนองขอน ละแวกดังกล่าว ที่อยู่และพบเห็น ไอ้หลงอยู่เป็นประจำจนเป็นเรื่องชินตา อยากให้หยุดการกระทำใดๆที่เป็นการรบกวน เพราะจนขณะนี้ทำให้ ไอ้หลงเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หมาไม่เป็นสุข
น.ส.อมรา จินดา หรือเจ้แมว คนดังแห่งตำบลคมบาง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.1 ต.คมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี ชาวบ้านที่เห็น ไอ้หลง มาตั้งแต่แรก จนกระทั่งวันนี้ กล่าวว่า อยากวอนขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชน รวมถึงผู้ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ไอ้หลง อย่าได้เข้ามารบกวนสุนัขเลย เพราะที่ผ่านมาหลายเดือน ไอ้หลง ไม่เคยสร้างความเดือดร้อน หรือสร้างปัญหาอะไรให้กับคนในพื้นที่ ชาวบ้านในละแวกนี้ ต่างช่วยกันดูแล เอาอาหารไปให้เนื่องจากเกิดความสงสาร เพราะเห็นเป็นสุนัขที่ฉลาด
ส่วนการกระทำของ จนท.ที่มายิงยาสลบเมื่อเย็นวานนี้ น.ส.อมรา กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุที่ถือปืนยิงยาสลบหลายกระบอก ลักษณะเหมือนจะไปล่าสัตว์ดุร้ายอาละวาด จนสร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่อยู่ในเห็นการณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุด ตนเอง ได้เข้าบนบานศาลกล่าวกับศาลเจ้าพ่อสระบาป สิ่งศักดิ์สิทธิ ที่ชาวบ้าน ต.คมบาง ให้ความนับถือ ขออย่าให้ ไอ้หลง ไปอยู่อื่น ให้แคล้วคลาดและอยู่ที่เดิม อย่าได้ไปกับ จนท. ซึ่งชาวบ้านที่นี่ ส่วนใหญ่มีความต้องการเช่นนั้น
ขณะที่ น.ส.ศิวพลอย เรืองชัยโชค อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/1 ม.6 ต.คมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว และเป็นผู้นำอาหารไปให้ ไอ้หลงอยู่เป็นประจำ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นานหลายเดือน ตนเองเห็น ไอ้หลง ได้พลัดเข้ามาอยู่บริเวณนี้ ด้วยความสงสาร จึงพร้อมด้วยน้องสาว นำเอาข้าวและน้ำไปให้กิน และบ่อยครั้งที่ ไอ้หลง ได้เข้ามาขอของกินที่บ้าน อย่างไม่มีท่าทีดุร้าย ซ้ำกับมองว่าเป็นสุนัขที่ฉลาด แต่ติดที่บ้านมีสุนัขเลี้ยงไว้แล้ว ไอ้หลง เลยต้องถอยห่างออกมาอาศัยอยู่บริเวณร่องกลางถนน จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมา เคยมีคนที่พบเห็นจะนำ ไอ้หลง ไปเลี้ยง แต่ไม่คุ้นจึงไม่สามารถเข้าใกล้ตัวได้
หลังจากเกิดเรื่องราวขึ้นมา จนมีผู้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของ และเดินทางมาจากหลายที่ ตลอดจนผู้ที่ประสงค์จะนำ ไอ้หลงกลับไปเลี้ยง ตนเองเห็นด้วยและเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หยุดใช้กำลังกับสัตว์ และขอเวลาซักระยะให้ ไอ้หลง ปรับตัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งก็เชื่อว่าชาวบ้านคมบางจะสามารถจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีความคุ้นเคย ซึ่งหาก ไอ้หลง ดีขึ้น ก็พร้อมที่อนุบาลพักฟื้นรอให้ผู้ที่มีใจรักสัตว์นำกลับไปดูแล ต่อไป
ขณะที่ บรรยากาศ ในวันนี้ ยังพบว่ามีสื่อมวลชน ตลอดจนผู้ที่สัญจรผ่านไปมา แวะเวียนไปเยี่ยมหา ไอ้หลง อยู่เป็นระยะจนทำให้เห็นสีหน้าแววตากังวล ระแวงของ ไอ้หลง อย่างเห็นได้ชัด จนต้องคอยหลบผู้คนเข้าไปในป่าข้างทางอยู่เป็นระยะ
จากการสอบถาม นายวิโรจน์ ประยูรวิวัฒน์ ปศุสัตว์ จ.จันทบุรี ถึงกรณีการยิงยาสลบ ไอ้หลง เบื้องต้น นายวิโรจน์ เปิดเผยว่า การยิงยาสลบเป็นไปตามขั้นตอนการทำงาน โดยสัตวแพทย์ หลังจากเฝ้าติดตามสภาพร่างกายของสุนัข พบว่า มีความสมบูรณ์แข็งแรง และมีการกำหนดปริมาณยาเหมาะสมไม่เกิดอันตราย แต่อย่างใด ซึ่งการทำงานของ จนท.ในครั้งนี้ เนื่องจากมีผู้ร้องขอเข้ามายัง ปศุสัตว์ หลังจากเห็นว่า ห่วงในเรื่องความปลอดภัยของสุนัข เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากชาวบ้านต้องการอยากให้ สุนัข อาศัยอยู่ที่เดิมทางปศุสัตว์ ก็พร้อมจะคอยส่ง จนท.ไปดูแลช่วยเหลือต่อไป





