สตง.ตรวจสอบอาคารร้าง มอ.เสียหายกว่า300ล.

สตง.ตรวจสอบอาคารร้าง มอ.เสียหายกว่า300ล.

ผู้ว่าฯ สตง. ลุยตรวจสอบอาคารร้าง ภายในม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง หลังถูกผู้รับเหมาทิ้งงานเสียหายรวมกว่า 300 ล้านบาท

ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมคณะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 14 นครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารก่อสร้างศูนย์ประชุมและศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ที่ถูกผู้รับเหมาทิ้งงานเสียหายรวมกว่า 300 ล้านบาท โดยมี ผศ.ดร.ณัฐวิทย์ พจน์ตันติ รองอธิการบดี ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง คอยต้อนรับและให้ข้อมูลรายละเอียดการก่อสร้างและปัญหาที่เกิดขึ้น 

ทั้งนี้ พบว่าอาคารศูนย์ประชุมดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 ระยะ , ระยะแรก เป็นงานก่อสร้างโครงสร้างหลักตัวอาคาร สูง 2 ชั้น ด้วยงบผูกพันจำนวน 4 ปี (งบประมาณปี 2552 – 2555 ) จำนวน 262,400,000 บาท รับเหมาโดย บริษัท เอ เอส เอการช่าง จำกัด ซึ่งการก่อสร้างดำเนินการได้แล้วเสร็จ และมีการเบิกขจ่ายงบประมาณไปทั้งหมดแล้ว

ระยะที่สอง คือ เป็นการก่อสร้างระบบภายใน พร้อมติดตั้งครุภัณฑ์ เช่น ระบบแอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องเสียงภายในหอประชุมใหญ่ งบประมาณจำนวน 61,490,000 บาท รับเหมาโดย บริษัท เดอะวินเนอร์ ค้าวัสดุ จำกัด โดยสัญญาเดิมเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2556 หมดสัญญาวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จากนั้นมีการต่อสัญญาการก่อสร้างมาเรื่อยๆ รวมจำนวน 2 ครั้ง จากนั้นก็มีการต่อขยายสัญญาตามอีกจำนวน 150 วัน ตาม มติ ค.ร.ม.เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานอัน เนื่องมาจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 2 สิงหาคม 2557 แต่หลังจากสิ้นสุดสัญญาก่อสร้างแล้วการก่อสร้างภายในก็ยังไม่แล้วเสร็จ โดยมีการเบิกงบประมาณไปแล้วทั้งหมด 10 งวด เป็นเงิน 49 ล้านบาทเศษ คงเหลืออีก 3 งวดสุดท้าย หรือประมาณ 13 ล้านบาทเศษ ผู้รับเหมาก็ได้ทิ้งงาน จนทางมหาวิทยาลัยได้ทำการบอกเลิกสัญญาไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบทั่วไปของอาคารก่อสร้างที่มีการทิ้งร้างดังกล่าว นอกจากการทิ้งงานในระยะที่สองของผู้รับเหมา ซึ่งยังดำเนินการได้ไม่แล้วเสร็จ ยังพบว่าในส่วนของสภาพโครงสร้างตัวอาคารที่ก่อสร้างในระยะแรกนั้น พบว่าบริเวณชั้น 1 กระจกอาคารแตกพังทลาย มีการนำกระสอบทรายมาวางกั้นกันน้ำฝนไหลนองเข้าไปภายในห้องต่างๆ โดยเฉพาะภายในหอประชุมใหญ่ ที่ออกแบบมาสำหรับบรรจุคนได้ทั้งหมด 2,500 คน งานระบบภายในก็ยังทิ้งร้าง และยังมีการปล่อยให้สุนัขเข้าไปถ่ายเรี่ยราดเต็มพื้นที่พรมที่ปูไว้เสร็จแล้ว เช่นเดียวกับชั้น 2 ที่หลังคารั่ว ฝ้าเพดานหลุดร่อน จนมีน้ำขังเจิ่งนองไปทั่วบริเวณ รวมทั้งภายในห้องต่างๆ มีเชื้อรา มีน้ำขัง กระดานพื้นในห้องเกิดความชื้น จนยุบตัวเสียหายทั้งหมด

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับงบประมาณแผ่นดินกว่า 300 ล้านบาทนั้น จะต้องมีผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องไปไล่เรียงว่า นอกจากผู้รับเหมาในระยะที่ สอง ที่ผู้รับเหมาทิ้งงานแม้จะมีการต่อสัญญาตามปกติ และต่อขยายสัญญาตามมติ ค.ร.ม.แล้ว รวมระยะเวลาก่อสร้าง 484 วัน ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และยังมีการทิ้งงานอีก จะต้องตรวจสอบทั้งหมดว่า เหตุที่ทิ้งงานไปโดยไม่ยอมทำให้แล้วเสร็จ ขณะที่เหลืออีกเพียง 3 งวดเท่านั้น เพราะคงคำนวนแล้วเห็นเบิกงบประมาณไปมากพอถึง 49 ล้าบาทเศษ หากทำในส่วนที่เหลือเพียง13 ล้านบาท ก็ไม่ได้กำไร ใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะต้องมีการขึ้นบัญชีในฐานะผู้ทิ้งงานราชการด้วย ในส่วนของมหาวิทยาลัยก็พบมีความบกพร่องที่ปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 1 ปี 10 เดือน จึงได้มาบอกเลิกสัญญาจ้าง ซึ่รวมทั้งไม่ยับยั้งเงินค้ำประกันก่อสร้าง ซึ่ง สตง.จะต้องดำเนินการตรวจสอบ เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องที่ทำให้งบประมาณรัฐเสียหายทั้งหมดด้วย