สาวประเภทสองแค้น แฟนหนุ่มไทยหลอกเอายาบ้าไปขายแล้วไม่จ่ายเงิน วางแผนนำยาบ้าล็อตใหม่ไปให้แล้วจะแจ้งตำรวจจับ แต่โดนจับก่อน
วันที่ 14 ก.ย. 59 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–ลาว อ.เมืองหนองคาย นายสมบัติ ฆ้อนทอง หัวหน้าฝ่ายปราบปรามศุลกากรหนองคาย, นายเกรียงศักดิ์ จันทร์ทิม หัวหน้าฝ่ายควบคุมทางศุลกากร พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง,ตชด. นรข.,กองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายพุดชา สิงคำ(สาวประเภท2) อายุ 37 ปี ชาวบ้านโพนแพง เมืองทุละคม แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว พร้อมของกลางยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกสีฟ้า 30 ถุง รวม 6,064 เม็ด โดยใช้กางเกงสีดำห่อพันและซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางสีดำ
นายสมบัติ ฆ้อนทอง หัวหน้าฝ่ายปราบปรามฯ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกระเป๋าต้องสงสัย วางอยู่ในรถแท็กซี่ประจำสะพาน เมื่อเปิดดูก็พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่โดยมีนายพุดชา สิงคำ เป็นเจ้าของ ขณะนั้นกำลังทำพิธีการผ่านแดน เจ้าหน้าที่จึงเรียกตัวไว้สอบสวน ซึ่งนายพุดชา รับสารภาพว่า ตนเป็นช่างเสริมสวยในลาว ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติ ที่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด หลายครั้ง จนได้รู้จักกับนายเฟม ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ชาว อ.หนองพอกและตกลงเป็นแฟนกัน โดยเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนนำยาบ้า 2,000 เม็ด ราคา 140,000 บาท ไปให้นายเฟม เอาไปขาย นายเฟมได้จ่ายเงินให้ตน 20,000 บาท แต่ไม่ยอมจ่ายเงินที่เหลือและมาในระยะหลังนายเฟมเริ่มตีตัวออกห่าง ซึ่งตนมารู้ว่านายเฟมแอบไปแฟนสาวคนใหม่จึงทำให้ตนแค้นมาก และคิดจะแก้แค้นให้สาสม จึงได้ซื้อยาบ้าจากนางเม เพื่อนชาวลาว จำนวน 6,064 เม็ด ราคา 270,000บาท แล้วเดินทางออกจากเวียงจันทน์ โดยจ้างรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่อุดรธานี จากนั้นจะนั่งรถโดยสารต่อไปหานายเฟมที่ร้อยเอ็ด เพื่อหวังจะนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวไปส่งให้นายเฟม และจากนั้นตนจะแจ้งตำรวจให้จับกุมตัวนายเฟมทันทีเพื่อให้นายเฟมไปติดคุก แต่ในที่สุดตัวเองมาถูกจับเสียก่อน จึงคุมนายพุดชา พร้อมของกลางส่งมอบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคายดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




