'ร้านนวด'เชียงใหม่ แฉถูกจนท.รัฐ'สีกากี' เก็บส่วยสูงเป็นหมื่น

'ร้านนวด'เชียงใหม่ แฉถูกจนท.รัฐ'สีกากี' เก็บส่วยสูงเป็นหมื่น

ร้านนวดส่วนใหญ่พื้นที่เชียงใหม่ แฉช่องโหว่กม. ถูกจนท.รัฐ "สีกากี" รีดส่วย ยอมจ่ายสูงถึงหลักหมื่น เพราะหากปิดร้านเสียรายได้

จากกรณีข่าวการเก็บส่วยของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามร้านนวด ในพื้นที่หัวเมืองการท่องเที่ยว ตามจังหวัดใหญ่นั้น เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2559 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านนวดในจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังทราบตัวเลขข้อมูลจากสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ว่า ปัจจุบันมีร้านนวดแผนไทย และร้านนวดเพื่อสุขภาพกว่า 155 ร้าน และสถานบริการสุขภาพสปากว่า 32 แห่ง

เจ้าของร้านนวดแผนไทยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องเก็บส่วยร้านนวดเพิ่งมีในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากมีพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ออกมา โดยก่อนนั้นทางร้านดำเนินการโดยมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่ขอจากท้องถิ่น

เจ้าของร้านนวดกล่าวต่อไปว่า เมื่อมีการประกาศพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ออกมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงตรวจขันทั่วเชียงใหม่ และเชื่อว่าทุกร้านโดนเหมือนกันหมด เชื่อว่ากว่าร้อยละ 90 ยอมจ่ายให้กับตำรวจ บางร้านโดนครั้งแรก 10,000 บาทด้วย บางร้านก็จ่ายเฉพาะรายเดือนละ 1,000 -1,5000 บาท

"ช่วงแรกก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องมาเก็บค่าส่วยเพราะทำธุรกิจมานานกว่า 15 ปีไม่เคยได้จ่าย มารู้ทีหลังว่าเขามีกฏระเบียบตัวใหม่ออกมา ซึ่งหากไม่อยากจะถูกปรับก็ต้องปิดร้านนวดไปก่อน รอจนกว่าจะได้รับใบอนุญาต สบส. (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ) จึงค่อยกลับมาเปิด แต่ถ้าปิดไปก็ไม่คุ้มเสีย จึงต้องยอมจ่าย เดือนแรกจ่ายหนักหน่อยคือ 10,000 บาท พอช่วงหลังก็ลดหย่อนกันได้ เหลือเดือนละ 1000-1,500 บาทต่อเดือน ซึ่งทุกๆ 15 วันจะมีเจ้าหน้าที่..ออกตรวจตามร้านนวดต่างๆ ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อทั่วเชียงใหม่

หากถามว่า ทำไมส่วนใหญ่ถึงต้องยอมถูกปรับ ต้องยอมรับว่า หากปิดร้านไปเลย 1-2 เดือนช่วงรอใบอนุญาตจาก สบส. รายได้จะหายไปมากแค่ไหน บางร้านทำรายได้ 40,000 บาทต่อเดือน สำหรับที่ร้านได้เฉลี่ย 50,000 บาท การที่จ่ายให้กับทางเจ้าหน้าที่ชุดสีกากีเดือนละ 1,000-1,500 บาท กับรายได้ที่เข้ามา ถือว่าคุ้มค่าต่อการเสียไป อีกอย่างหากเกิดปัญหา แขกก่อกวนร้าน ทำร้ายหมอนวด ทางร้านสามารถโทรศัพท์ไม่ขอความช่วยเหลือจากจนท.ได้เช่นกัน เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

ส่วนการเข้าไปขอใบอนุญาตจากสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นั้น เจ้าของร้านนวด กล่าวว่า เบื้องต้น ทาง สสจ.จะให้ใบนัดการเข้ามาตรวจมาตรฐานของร้าน และบอกกับทางร้านว่า ใบนี้เป็นหลักฐานป้องกันได้ เพียงแต่พอแสดงใบนี้กับจนท. แต่ตำรวจก็ไม่ยอมรับ พร้อมทั้งท้าทายให้ไปฟ้องร้องกับทาง สสจ.เอาเอง

"ในความจริงต้องรู้ว่า กฎหมายบ้านเรามีช่องโหว่เยอะมาก ซึ่งเคยถามจนท.ไปเหมือนกันว่า หากร้านไม่จ่ายจะเป็นอย่างไร จนท.พูดง่ายๆ เลยว่า ก็มีการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก กฏหมายตัวนี้ใช้ไม่ได้ก็ต้องใช้อีกตัว จนกว่าจะยอมจ่าย ไม่มีปัญหาจะดีกว่า อีกทั้งร้านนวดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หลายร้าน เปิดเกินเวลาที่ภาครัฐกำหนดคือ 24.00 น. เชื่อว่าร้านเหล่านี้ต้องจ่ายมากกว่า" แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการร้านนวดไทยอีกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการจ่ายส่วยแต่อย่างใด มาช่วงหลังที่มีการประกาศใช้ พรบ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับชั้นสัญญาบัตร เข้ามาพูดดีด้วยถึงกฏหมาย หากไม่อยากปิดร้านระหว่างรอใบอนุญาตก็ต้องจ่ายตามระเบียบ แต่หากยังดื้อรั้นจำเป็นต้องดำเนินการจากเบาไปหาหนัก แม้ว่าลึกๆ ไม่อยากจ่าย เนื่องจากร้านทำถูกต้องทุกอย่าง แต่มาติดปัญหาที่การขอใบอนุญาตที่ต้องใช้เวลานาน ขณะที่แต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายมาก จึงต้องยอมจ่ายกันไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่พบมีร้านนวดแผนไทยบางส่วนปิดให้บริการด้วย