เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลไทย นอกจากข่าวของทีมชาติไทย ที่ไปพ่ายแพ้ทีมซาอุดีอาระเบีย ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย แล้ว อีกข่าวที่สร้างความฮือฮาไม่แพ้กัน คือการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าสตาฟฟ์โค้ช ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ภายหลังการรวมตัวฝึกซ้อมไม่ถึง 2 สัปดาห์ และกลับจากการอุ่นเครื่อง 4 เส้าที่ประเทศเมียนมาในอันดับ 3 อันเป็นผลจากกระแสกดดันในโลกโซเชียล เรื่องโชว์ฟอร์มไม่ดี
กรณีนี้อาจถือเป็นครั้งแรกของวงการฟุตบอลเมืองไทย ที่ไม่เคยปรากฏเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะเกิดขึ้นกับนักเตะระดับตำนานอย่าง “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล ที่เคยสร้างผลงานอันลือลั่นให้กับทีมชาติไทยอย่างมากมาย และผ่านการเป็นโค้ชในไทยลีกหลายสโมสร
สำหรับประวัติพอสังเขปของ เฉลิมวุฒิ สง่าพล นั้น เริ่มมีชื่อเสียงจากการเล่นฟุตบอลให้กับ “มหาอำนาจลูกหนังขาสั้น” โรงเรียนปทุมคงคา รุ่นเดียวกับณรงค์ อาจารยุตต์ และ มาด๊าด ทองท้วม ลงแข่งขันลูกหนังกรมพลศึกษา และคว้ารางวัลชนะเลิศตั้งแต่ รุ่นเล็ก, รุ่นกลาง และ รุ่นใหญ่ ก่อนเข้าสังกัด “ทีมบัวหลวง” สโมสรธนาคารกรุงเทพ เมื่อ พ.ศ. 2519 โดยนำทีมคว้าถ้วยพระราชทาน ประเภท ค. เป็นรายการแรก
ต่อมา ครองถ้วยสำคัญอีก 7 ทัวร์นาเมนท์ของไทย คือ ถ้วยพระราชทาน ก. รวม 4 สมัย (พ.ศ. 2524,2527,2529,2537), ควีนส์คัพ (พ.ศ. 2525), เอฟเอ คัพ (พ.ศ. 2528), อาเซียนคัพ 2 สมัย (พ.ศ. 2528, 2529), อากาข่านคัพ ที่บังคลาเทศ (พ.ศ. 2526), โตโยต้าคัพ (พ.ศ. 2530) และซูเปอร์แชมป์ (พ.ศ. 2531)
เฉลิมวุฒิ ติดธงไตรรงค์ครั้งแรกกับเยาวชนทีมชาติไทยชุดชนะเลิศแห่งอาเซียน (พ.ศ. 2520) และก้าวขึ้นสู่ทำเนียบทีมชาติชุดใหญ่ เมื่อ พ.ศ. 2522 เกียรติประวัติระดับชาติของ “มิดฟิลด์เท้าชั่งทอง” เคยคว้าแชมป์คิงส์คัพ รวม 4 สมัย (พ.ศ. 2524, 2525, 2526, 2532) และชนะเลิศกีฬาซีเกมส์ 3 สมัย (พ.ศ. 2524, 2526, 2528)
นอกจากนี้ ยังได้รับคัดเลือกจาก เอเอฟซี ให้เป็น “ASIAN ALL STAR” หรือ “ดาราเอเชีย” เมื่อ พ.ศ. 2529 คู่กับ “เจ้าหลอหัวเรดาห์” พิชัย คงศรี และอีกหลายรางวัลของเมืองไทยก่อนแขวนสตั๊ด ในปี พ.ศ. 2533
จากนั้น เฉลิมวุฒิ จึงได้เข้าอบรมหลักสูตรโค้ชขั้นสูง “ADVANCE” ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน แล้วกลับมาสร้างสโมสรยาสูบ ขึ้นมาเล่นฟุตบอลไทยแลนด์ลีก (พ.ศ. 2540) เป็นผลสำเร็จ และย้ายกลับมานำสโมสรธนาคารกรุงเทพ ชนะเลิศถ้วย เอฟเอ คัพ (พ.ศ. 2542) และอันดับ 3 “คัพ วินเนอร์ส คัพ" ของทวีปเอเชีย (พ.ศ. 2543)
ในวันนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการให้โอกาสมากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ สำหรับการทำทีมชาติไทยอายุ 19 ปีของ “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล กับแค่ทัวร์นาเมนท์อุ่นเครื่องรายการเดียว อันเป็นการทดสอบระบบการเล่น และเช็กฟอร์มของนักเตะแต่ละคน ที่โค้ชต้องใช้เวลาศึกษา
หากแต่สิ่งสำคัญ คือการให้เกียรติแก่อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่เคยสร้างเกียรติประวัติให้กับประเทศชาติและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อย่างน้อยการเปลี่ยนแปลงหรือการตัดสินใจ คงต้องเป็นไปด้วยความชอบธรรม จึงจะสง่างามกับ“ทีมชาติไทย”ของพวกเราทุกคน





