สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย
เตรียมทำหนังสือยื่นต่อสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เพื่อทักท้วงการทำหน้าที่ของ ฟู หมิง ผู้ตัดสินชาวจีน ในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่ทีมชาติไทยแพ้ ซาอุดีอาระเบีย 0-1 เมื่อ 1 ก.ย. ด้าน วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคของสมาคมฯ ชี้ต้องเน้นเพรสซิ่งใส่ญี่ปุ่น หากหวังมีแต้มในเกมนัดที่สอง วันพฤหัสบดีหน้า
“ช้างศึก” ประเดิมลงสนามในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี ด้วยการแพ้ต่อ ซาอุดีอาระเบีย 0-1 ที่คิง ฟาฮัด สเตเดียม โดยเจ้าถิ่นได้ประตูชัยจากจุดโทษ ในนาทีที่ 81 เมื่อ สารัช อยู่เย็น เข้าปะทะแย่งบอลกับ ฟาฮัด อัลมูวาลัด ในเขต ก่อน นาวาฟ อลาบิด จะสังหารเข้าไป และหลังจบเกมยังเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อ สารัช กับ ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมไปขอคำอธิบายจาก ฟู หมิง ผู้ตัดสินชาวจีน ก่อนได้รับใบเหลืองที่สอง และจะหมดสิทธิ์ลงเล่นในนัดเจอญี่ปุ่น ที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 6 ก.ย.
ขจร เจียรวนนท์ ผู้จัดการทีมชาติไทย เผยได้เตรียมทำหนังสือยื่นต่อ ฟีฟ่า เพื่อทักท้วงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินชาวจีนรายนี้ โดย 2 ประเด็นหลักที่ทางสมาคมฯต้องการร้องเรียน คือจังหวะในนาทีที่ 20 ยาสซี อัล มุสไซลิม รวบ ธีรศิลป์ แดงดา ในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นฟรีคิกนอกเขต และแจกเพียงแค่ใบเหลืองให้ผู้รักษาประตูซาอุดีอาระเบีย และการเป่าให้จุดโทษแก่เจ้าบ้านในจังหวะปะทะกันของ สารัช กับ อัลมูวาลัด ในนาทีที่ 81
“เราคิดว่าน่าจะทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ถึงระเบียบของฟีฟ่า ข้อ 15.6 จะระบุไว้ชัดเจนว่าการประท้วง หรืออุทธรณ์ผู้ตัดสินหลังจบการแข่งขันไม่สามารถทำได้”
ด้าน สารัช ซึ่งเสียฟาวล์จนเป็นเหตุให้ไทยเสียจุดโทษ ยอมรับว่าจังหวะดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม พร้อมเอ่ยปากขอโทษแฟนบอลชาวไทยสำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วย
“ผมไม่แน่ใจว่าสมควรเป็นจุดโทษรึเปล่า แต่ทุกคนน่าจะเห็นกันอยู่ ครึ่งแรกเรามีโอกาสได้จุดโทษ ผู้รักษาประตูเขาก็ควรโดนใบแดง แต่ในเมื่อไม่เป็นแบบนั้นมันก็ถือเป็นจุดเปลี่ยนเหมือนกัน”
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับจังหวะเสียจุดโทษ โดยยืนยันว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของผู้เล่นในทีม “ก่อนอื่นต้องยินดีกับซาอุที่ได้ 3 แต้ม วันนี้ทั้งสองทีมเล่นกันได้ดี เด็กๆก็เล่นได้ตามแท็กติก แต่จุดเปลี่ยนคือเราไม่ได้จุดโทษ แต่ท้ายเกมกลับมาเสียจุดโทษ จังหวะนั้น ผมคิดว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของผู้เล่นเรา เราจะมองข้ามเกมนี้แล้วโฟกัสเกมหน้ากับญี่ปุ่น”
ด้าน วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยอมรับว่าเป็นงานที่ยากมากของทีมชาติไทย สำหรับเกมพบญี่ปุ่น ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 6 ก.ย. “สิ่งที่ไทยจะต้องเจอคือเกมเพรสซิ่งของญี่ปุ่น ขณะเดียวกันเมื่อคู่แข่งได้บอล เราก็ต้องเพรสซิ่งกลับไปด้วย ต้องเดินหน้าเข้าบีบพื้นที่ เราต้องสู้แบบไม่กลัวญี่ปุ่น จึงจะมีโอกาสได้แต้ม”
ทีมชาติไทย จะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้ (3 ก.ย.) เวลา 12.40 น. ตามเวลาประเทศไทย เพื่อเตรียมตัวก่อนเกมกับญี่ปุ่น ที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 6 ก.ย. เวลา 19.15 น.





